ชวนฮอปปิ้ง 5 คาเฟ่ญี่ปุ่นเพิ่งเปิดใหม่ปี 2022 ตั้งแต่ฮอกไกโดยันโอซาก้า

ใครคิดถึงญี่ปุ่นบ้าง ? ตอนนี้สายคาเฟ่น่าจะคิดถึงการไปนั่งชิลล์ที่คาเฟ่ญี่ปุ่น เก็บของอร่อยตามลิสต์ที่อยากทานกันอย่างแน่นอน เรามาอัปเดตคาเฟ่ที่เพิ่งเปิดใหม่ในญี่ปุ่นเมื่อเดือนเมษายนที่ผ่านมากันดีกว่า เอาไว้เวลาไปญี่ปุ่นรอบต่อไปจะได้มีคาเฟ่ชิค ๆ ไว้นั่งชิลล์ เป็นที่หากาแฟ ของว่างทานเล่น ไปจนถึงหาอาหารมื้อหลักทานกันให้อิ่มท้องไปเลย

wanna be / Hokkaido

 

คาเฟ่แรกชื่อร้าน wanna be เพิ่งเปิดเมื่อวันที่ 1 เมษายน 2022 ที่ซัปโปโร ฮอกไกโด มีเมนูให้เลือกตั้งแต่กาแฟ ขนมอบต่าง ๆ รวมไปถึงอาหารมื้อเช้าและมื้อกลางวัน แต่ทุกเมนูในร้านจะเป็นอาหารแบบ “วีแกน” สายมังสวิรัติต้องถูกใจร้านนี้อย่างแน่นอน

 

เมนูแนะนำจะเป็นคุกกี้และสโคนวีแกน เค้กที่มีส่วนผสมของมะนาวไร้สารเคมีกำจัดศัตรูพืช รวมถึงเค้กช็อกโกแลตแป้งข้าวเจ้า

 

นอกจากอาหารจะน่าสนใจ ภายในร้าน wanna be ยังมีพื้นที่ขายของเบ็ดเตล็ดน่าใช้ในชีวิตประจำวันที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมอีกด้วย ใครมาซัปโปโรลองแวะร้านนี้กันได้

 

wanna be
เวลาเปิด-ปิด : 9:00 – 18:00 น. (หยุดทุกวันพุธ)
instagram : @wanna_be2022/

paqmog / Niigata

 

paqmog เป็นคาเฟ่เปิดใหม่ในนางาโอกะ นีงาตะ เมื่อวันที่ 7 เมษายน 2022 ร้านนี้เปิดเป็น 2 ช่วง คือช่วงมื้อกลางวัน (11:00 – 15:00 น.) และช่วงมื้อเย็น (17:00 – 22:00 น.) มีเมนูตั้งแต่อาหารมื้อหลักไปจนถึงขนมอบ

 

 

เมนูที่ไม่ควรพลาดเลยคือ “Spice Travel Curry – スパイストラベルカレー” และ “paqmog Plate – パクモグプレート”ที่เรียกได้ว่าคัดแต่ของดีและขึ้นชื่อมาใส่จาน ส่วนของหวานแนะนำจะเป็นพุดดิ้งและทาร์ตต่าง ๆ

 

ทางร้านแจ้งว่าช่วงกลางวันจะมีคนโทรมาจองโต๊ะไว้เต็มตลอด เพราะฉะนั้นถ้าใครสนใจอยากไปทานร้านนี้ช่วงมื้อกลางวัน แนะนำให้จองไปก่อนจะได้ไม่พลาดนะ

paqmog
เวลาเปิด-ปิด : กลางวัน 11:00 – 15:00 น. / เย็น 17:00 – 22:00 น. (หยุดทุกวันพุธ)
instagram : @paqmog2022/

kyocafe chacha Arashiyama store / Kyoto

 

ร้าน kyocafe chacha เป็นคาเฟ่วาฟเฟิลโดยเฉพาะ (Waffle Bar) สาขาแรกจะอยู่ตรงถนนซันโจ ในเกียวโต ซึ่งทางร้านได้เปิดสาขาล่าสุดที่อาราชิยามะเมื่อวันที่ 8 เมษายน 2022 ร้านสาขาอาราชิยามะนี้จะมีพื้นให้พักผ่อนชิลล์ ๆ มากกว่าสาขาซันโจ และที่ต่างกันก็คือมีเมนูเฉพาะของที่นี่ด้วยคือ “Uji Matcha Plate – 宇治抹茶プレート”

 

เมนูแนะนำของทางร้านเป็นวาฟเฟิลที่เข้ากันดีกับไอศกรีมซึ่งมีรสชาติพิเศษตามฤดูกาล อย่างเดือนพฤษภาคมก็จะเป็นวาฟเฟิลกับไอศกรีมและส้มแมนดาริน

 

kyocafe chacha Arashiyama store
เวลาเปิด-ปิด : 11:00 – 18:00 น.
instagram : @kyocafechacha_arashiyama/

guu cafe / Tokyo

 

ร้าน guu cafe อยู่ที่โชฟุ โตเกียว เพิ่งเปิดเมื่อวันที่ 15 เมษายน 2022 เป็นคาเฟ่ที่เน้นกาแฟและของหวานอย่างพวกสโคน ชีสเค้ก หรือพวกขนมอบใหม่ต่าง ๆ ตัวร้านตกแต่งน่ารักมาก ๆ ตั้งแต่โลโก้ สติกเกอร์ ป้ายขนมต่าง ๆ รับรองว่าไปแล้วต้องกดถ่ายรูปกันรัว ๆ

 

 

 

guu café
เวลาเปิด-ปิด : 13:00 – 18:00 น.
instagram : @guu__cafe/

cafe eleven / Osaka

 

ร้านสุดท้าย cafe eleven ที่เพิ่งเปิดใหม่ในโอซาก้าเมื่อปลายเดือนเมษายนที่ผ่านมา ร้านนี้เป็นคาเฟ่สไตล์เกาหลี ใครที่ไปโอซาก้าแล้วอยู่ดี ๆ เกิดคิดถึงเกาหลีขึ้นมา แวะคาเฟ่นี้กันก่อนได้ น่ารักไปหมดทุกสิ่งตั้งแต่เมนูเครื่องดื่มไปจนถึงตัวร้าน  สล็อตเว็บตรงไม่ผ่านเอเย่นต์

 

 

 

ตัวร้านเป็นคาเฟ่เล็ก ๆ แบบมินิมอล พื้นที่ให้นั่งอาจจะน้อยไปหน่อย ถ้าใครสนใจอาจต้องรีบไปตั้งแต่เวลาร้านเปิด แต่ถ้าใครไม่อยากนั่งในร้าน จะซื้อกลับที่พักกันก็ได้นะ

cafe eleven
เวลาเปิด-ปิด : 11:30 – 18:30 น.
instagram : @cafe_eleven_eleven_/

นั่งรถไฟชมความงามของดอกอาจิไซยามค่ำคืนไปพร้อมกันที่ฮาโกเนะ

ฮาโกเนะเป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่ได้รับความนิยมในกลุ่มนักท่องเที่ยวเสมอ แถมยังอยู่ใกล้กับโตเกียว ไปเที่ยวแบบเช้าไปเย็นกลับก็ยังได้ เมื่อถึงช่วงฤดูร้อนของญี่ปุ่น ถึงแม้จะไม่ได้มีอากาศหนาวๆเย็นๆ ให้ได้สัมผัส แต่ก็ยังมีดอกอาจิไซ หรือดอกไฮเดรนเยียสวยๆให้ได้ชมกันนะคะ และที่ฮาโกเนะก็มีกิจกรรมพิเศษสำหรับเทศกาลชมดอกอาจิไซ นั่นก็คือ รถไฟขบวนพิเศษของรถไฟสาย Hakone Tozan ที่จะพาไปชมความงามของดอกอาจิไซที่ถูกแต่งไฟให้สวยงามยามค่ำคืน

ในช่วงเวลาของการจัดงานจะมีการประดับไฟเพื่อเพิ่มความสวยงามให้กับดอกอาจิไซกว่า 10,000 ต้นด้วยกัน 6 จุดตลอดเส้นทางระหว่าง Hakoneyumoto ถึง Gora ระหว่างทางจะมีการหยุดรถ ชะลอความเร็ว และเมื่อถึงสถานีก็สามารถลงไปเก็บภาพความสวยงามของดอกไม้ได้
รถไฟขบวนพิเศษดังกล่าวจะวิ่งให้บริการตั้งแต่ช่วงกลางมิถุนายนจนถึงต้นกรกฎาคม ซึ่งทุกปีจะมีผู้จองที่นั่งจำนวนไม่น้อย ถือว่าเป็นกิจกรรมที่ได้รับความสนใจมากจริงๆ ใครที่ดอกชมความสวยงามของดอกอาจิไซในอีกหนึ่งรูปแบบที่พิเศษกว่าปกติ ก็สามารถแวะไปใช้บริการรถไฟขบวนพิเศษของ Hakone Tozan กันได้นะคะ    สล็อตเว็บตรงไม่ผ่านเอเย่นต์

 

ไปเรียนทำอาหารญี่ปุ่นช่วงสั้น ๆ กับ 2 โรงเรียนในโตเกียว!!

เพื่อน ๆ คงจะทราบกันดีอยู่แล้วว่าประเทศญี่ปุ่นมีวัฒนธรรมการประกอบอาหารที่มีความหลากหลาย จัดได้ว่าเป็นชาติหนึ่งในโลกที่ได้รับความสนใจในด้านอาหารมากเป็นอันดับต้น ๆ มีอาหารหลากหลายเมนูที่ไม่ว่าใครก็ต้องรู้จัก ไม่ว่าจะเป็น ซูชิ ราเมง โซบะ และอื่น ๆ อีกมากมาย

เมื่ออาหารของพวกเขาได้รับความสนใจมากมายขนาดนี้ แน่นอนว่าก็จะต้องมีผู้คนจำนวนมากสนใจใคร่รู้ที่จะศึกษาการทำอาหารญี่ปุ่นทานเองให้ได้ เริ่มจากที่บ้าน ถ้าเพื่อน ๆ เป็นหนึ่งในคนเหล่านั้น แต่อยากจะก้าวไปอีกขั้น อยากจะยกระดับความสามารถไปให้เหนือกว่าแค่ทำเองที่บ้านแบบงู ๆ ปลา ๆ แล้วหล่ะก็…ตามผมไปดู 2 โรงเรียนที่เปิดโอกาสให้เพื่อน ๆ ไปใช้เวลาสั้น ๆ เพื่อนฝึกฝนการทำอาหารญี่ปุ่นให้ถูกต้องในราคาย่อมเยา แต่คุณภาพไม่ย่อมตาม รับรองว่าคุ้มค่าแน่นอนครับ!!

1. Tokyo Sushi Academy

Tokyo Sushi Academy

สำหรับเจ้าแรกนี้ ได้ชื่อว่าเป็นโรงเรียนที่มีความโดดเด่นอย่างมากในฐานะที่เป็นโรงเรียนสอนทำซูชิที่ดีที่สุดในโตเกียว การันตีสำหรับคนที่กังวลนักกังวลหนาว่าอยากจะปั้นซูชิให้ได้แบบดั้งเดิมแท้ ๆ ขอให้พุ่งดิ่งมาที่นี่ รับรองว่าไม่ผิดหวังแน่นอนครับ!!

ที่ Tokyo Sushi Academy มีคอร์สให้เลือกเข้าร่วมแตกต่างกันไปในแต่ละปี โดยในปี 2018 นี้ พวกเขามีคอร์สใหม่ที่ใช้เวลาเรียนเพียง 6 สัปดาห์ ในราคา 54,000 เยน ซึ่งเป็นคอร์สแบบผสมผสาน ได้แก่ คอร์สซูชิ 4 สัปดาห์ ต่อด้วยคอร์สซาชิมิ 5 วัน และปิดท้ายด้วยคอร์สอาหารญี่ปุ่น 5 วัน ภายในเวลา 6 สัปดาห์นี้ เพื่อน ๆ จะได้เรียนรู้ทักษะที่สำคัญจำเป็นต่อการทำซูชิ และยังจะได้เรียนรู้การทำซูชิจากอาหารทะเลที่แตกต่างกันกว่า 20 ชนิดเลยทีเดียวครับ

Private Lesson for Pros

สำหรับเพื่อน ๆ ที่เป็นเชฟ มีทักษะติดตัวมาก่อนแล้ว ก็สามารถเลือกเรียนแบบส่วนตัวกับเชฟระดับสูงได้โดยตรงอีกด้วยครับ นอกเหนือจากเรื่องพื้นฐานแล้ว คอร์สส่วนตัวจะได้ฝึกฝนการทำซูชิแบบดั้งเดิมก่อนสมัยเอโดะ เทมปุระ โอะโคะโนะมิยะกิ และการทำซุปดาชิ ซึ่งเป็นคอร์สหนึ่งต่อหนึ่งที่แสนจะยืดหยุ่นตามแต่ใจเราจะต้องการเลยครับ

Sushi Making Workshop For 90min

คอร์สระยะสั้นแบบจริงจังนี้ ที่แม้จะบอกว่าสั้น แต่ก็ใช้เวลาตั้ง 6 สัปดาห์ เล่นเอาไม่เกรงใจพาสปอร์ตไทยกันเลย แต่ก็อย่าได้แคร์ครับ เรามาลองแบบสนใจนิดหน่อยก็พอไหว เอาแค่พอสนุก เขาก็มีคอร์ส 90 นาทีไว้ให้ลองฝึกทำซูชิเล่น ๆ ด้วยราคาเพียง 5,000 เยนเท่านั้นครับ

ไปฝึกเป็นสุดยอดเซฟข้าวปั้นกันที่ Tokyo Sushi Academy กันเถอะ!!

2. Buddha Bellies Cooking School Tokyo

สำหรับที่ที่สองก็เป็นโรงสอนที่สอนทำอาหารญี่ปุ่นเหมือนกัน เพียงแต่มุ่งเน้นในเรื่องการสอนทำอาหารควบคู่ไปกับการถ่ายทอดวัฒนธรรมที่ผูกโยงอยู่กับอาหารเหล่านั้นด้วย

วินาทีแรกที่เพื่อน ๆ ก้าวเข้าไปในโรงเรียน ก็จะได้รับการต้อนรับขับสู้อย่างจริงใจจากคุณอะยูโกะ เจ้าของโรงเรียนที่เป็นถึงครูระดับชำนาญการผู้สอนการทำซูชิโดยเฉพาะ ผ่านการรับรองความสามารถจาก สมาคมครูผู้สอนการทำซูชิแห่งประเทศญี่ปุ่น (Japan Sushi Instrutors Association) ที่สำคัญคือ คุณอะยูโกะสามารถสื่อสารเป็นภาษาอังกฤษได้อย่างคล่องแคล่ว เรียนสบาย ไร้อุปสรรคแน่นอน!!

Buddha Bellies Cooking School Tokyo : กลุ่มเล็ก เพิ่มคุณภาพ!!

ที่โรงเรียนแห่งที่สองนี้ มีคอร์สการเรียนหรือประเภทของอาหารที่หลากหลาย ไม่ว่าจะเป็น ขนมหวานแบบญี่ปุ่น ขนมแบบญี่ปุ่นดั้งเดิม ซูชิ และอื่น ๆ ที่นี่ให้ความสำคัญกับการควบคุมคุณภาพของชั้นเรียน โดยกำหนดให้มีผู้เรียนไม่เกิน 6-8 คนเท่านั้น โดยจะเริ่มเรียนเวลา 11:00 – 13:30 ด้วยราคาเพียง 7,500 เยนเท่านั้น

 

สนใจสมัครเรียนที่ Buddha Bellies Tokyo คลิก!!

ถ้าใครรู้ตัวว่าเป็นมือใหม่ใสกิ๊ง แค่จะจับมีดก็ยังกล้า ๆ กลัว ๆ…อย่าได้กังวลใจไป ทั้ง 2 แห่งที่ผมได้แนะนำให้เพื่อน ๆ รู้จัก มีความยืดหยุ่นในการออกแบบชั้นเรียนอย่างมาก มอบอิสระให้กับผู้เรียน โดยคำนึงถึงความต้องการของผู้เรียนเป็นหลัก ส่วนตัวผู้สอนเองก็ใช้การสื่อสารในแบบที่เข้าใจง่าย ทำขั้นตอนต่าง ๆ ออกมาชัดเจน ง่ายต่อการฝึกฝนตามไปทีละขั้นอย่างช้า ๆ ภายใต้การดูแลจากผู้สอนอย่างเต็มที่    สล็อตเว็บตรงไม่ผ่านเอเย่นต์

อย่ามัวรอช้า ใครชอบทำอาหารญี่ปุ่นอยู่ที่บ้าน แต่ผลลัพธ์ก็ไม่เป็นญี่ปุ่นแท้ ๆ เสียที บินไปลองกันดูสักตั้ง จะสั้นหรือจะยาว ก็สุดแล้วแต่วันลา และเงินในกระเป๋านะเออ~

7 ร้านอาหารตัวอย่างที่คุณสามารถทดลองทำได้ด้วยตนเอง!

เวลาเข้าร้านอาหารญี่ปุ่น ทุกคนเคยยืนดูอาหารตัวอย่างในตู้หน้าร้านมั้ยคะ บางเมนูก็ทำซะเหมือนเหลือเกิน เห็นแล้วน่าทานกว่าของจริงอีก ผู้เขียนเองก็เป็นคนที่ชอบดูอาหารตัวอย่างมาก ๆ จนอยากลองทำดูสักครั้ง ใครที่อยากทำเหมือนกัน วันนี้เราก็จะมาแนะนำร้านที่นักท่องเที่ยวสามารถลองทำอาหารตัวอย่าง ให้ทุกคนได้ลองไปเปิดประสบการณ์ใหม่ ๆ กันค่ะ

Ganso Shokuhin Sample ya

 

 

ร้านเก่าแก่ที่เปิดกิจการมา 87 ปี ใช้เทคนิคและวิธีการดั้งเดิมอย่างในอดีตในการผลิตอาหารตัวอย่าง ลูกค้าสามารถลองทำเมนูกุ้งเทมปุระกับกะหล่ำปลีเองได้ แต่ก็มีบางเมนูที่จะจำกัดเฉพาะช่วงเวลา ลองเก็บสะสมเมนูอาหารตัวอย่างให้ได้เยอะ ๆ ก็น่าสนุกดีนะคะ

ที่อยู่ : 3-chome-7-6 Nishiasakusa, Taito City, Tokyo-to 111-0035, Japan
เวลาทำการ : 10:00 – 17:30 น.
วันหยุด : ไม่มี
เว็บไซต์ : ganso-sample

Yamato Sample Factory

 

 

ร้านนี้เคยได้ไปโชว์ที่งานนิทรรศการที่อังกฤษ และได้รับความสนใจเป็นอย่างมาก ลูกค้าสามารถทำเทมปุระ ราเมง นอกจากนี้ยังสามารถทำพาร์เฟ่ต์ในสไตล์ของตัวเองที่มีแค่เพียงหนึ่งเดียวในโลก

ที่อยู่ : 4 Chome-18-2 Kamiikebukuro, Toshima City, Tokyo 170-0012, Japan
เวลาทำการ : 9:00 – 17:00 น.
วันหยุด : วันพุธ – พฤหัสบดี
เว็บไซต์ : yamato-sample

Shokuhin Sample Hatake

 

 

มีคอร์สสอนทำอาหารตัวอย่างตั้งแต่ 1 วันไปจนถึงคอร์สครึ่งปี ลูกค้าจะได้รับประสบการณ์ที่แตกต่างจากร้านอื่น ๆ ขอบอกเลยว่าร้านนี้ทำออกมาแล้วเหมือนของจริงมากกก ใครที่สนใจทำอาหารแบบบ้าน ๆ จะต้องถูกใจแน่นอน

ที่อยู่ : 7-2 Daimachi, Kanagawa-ku, Yokohama, Kanagawa 221-0834, Japan
เวลาทำการ : 10.30 – 16.30 น.
วันหยุด : ไม่มี
เว็บไซต์ : 食品サンプル.yokohama

Sample RIKI

 

 

ที่นี่ลูกค้าจะได้รับประสบการณ์การทำอาหารตัวอย่างที่แปลกใหม่ มีอิมแพค ไม่เหมือนใคร อย่างอาหารตัวอย่างที่ทำเป็นหมวกสวมศีรษะได้ เหมาะแก่การถ่ายรูปลงโซเชียลอย่างมาก มาลองทำหมวกอาหารกันดูนะคะ

ที่อยู่ : 4-chōme-20-30 Kashihara, Minami-ku, Fukuoka, 811-1353, Japan
เวลาทำการ : 10.00 – 16.00 น.
วันหยุด : ไม่แน่นอน
เว็บไซต์ : food.hungry

Konamon Museum

 

 

หากพูดถึงโอซาก้า อาหารประจำท้องถิ่นที่ทุกคนนึกถึงก็คงไม้พ้นอาหารจำพวกแป้งอย่างทาโกยากิ ซึ่งที่ร้านนี้ลูกค้าสามารถทำทาโกยากิตัวอย่างด้วยตนเองได้ แถมยังอยู่ในโดทงบุริ ย่านท่องเที่ยวสุดฮิต เดินทางสะดวกมาก

 

ที่อยู่ : 1-chōme-6-12 Dōtonbori, Chūō-ku, Osaka, 542-0077, Japan
เวลาทำการ : วันจันทร์ – ศุกร์ 11.30 – 19.15 น., วันหยุด 10.30 – 19.15 น.
วันหยุด : ไม่มี
เว็บไซต์ : shirohato

Food Sample R&M

 

 

นอกจากเมนูมาตรฐานอย่างกุ้งเทมปุระกับกะหล่ำปลี ยังมีของหวานอย่างมินิพาร์เฟ่ต์กับมินิทาร์ตน่ารัก ๆ ให้ลองทำด้วย ร้านอยู่ในย่านนัมบะ เดินทางง่าย แต่อย่าลืมจองคิวก่อนนะคะ

ที่อยู่ : 13-17 Nanbasennichimae, Chūō-ku, Osaka, 542-0075, Japan
เวลาทำการ : 10.00 – 18.00 น.
วันหยุด : ไม่มี
เว็บไซต์ : foodsample

Food Samples Designpocket

 

 

ที่ร้านนี้ลูกค้าสามารถทำอาหารตัวอย่างที่คุณภาพดีจนแทบจะดูเหมือนของจริง ปกติแล้วตั้งแต่อดีต การทำอาหารตัวอย่างจะใช้ขี้ผึ้ง แต่ร้านนี้จะใช้พลาสติก PVC แทน ถ้าได้ลองทำเองจะยิ่งรู้สึกเหมือนตัวเองเป็นช่างทำอาหารตัวอย่างจริง ๆ เลยล่ะ

ที่อยู่ : 10-11 Nanbasennichimae, Chūō-ku, Osaka, 542-0075, Japan
เวลาทำการ : 9.30 – 20.00 น.
วันหยุด : ไม่มี
เว็บไซต์ : designpocket

ไม่ว่าจะเป็นเด็กหรือผู้ใหญ่ก็สามารถไปลองทำกันได้นะคะ ทำเอาไว้เป็นที่ระลึกหรือทำเป็นของฝากให้คนที่บ้านก็น่ารักไปอีกแบบ ^^  สล็อตเว็บตรงไม่ผ่านเอเย่นต์

คามิคัตสึ เมือง Zero Waste แห่งแรกของญี่ปุ่น

ณ ปัจจุบันที่ทั่วโลกมีการเคลื่อนไหวเพื่อสิ่งแวดล้อมกันมากขึ้นกว่าที่ผ่านมา Zero Waste กลายเป็นคำที่เราคุ้นเคยกันมากขึ้น

ความหมายง่ายๆ ของ Zero Waste คือการเคลื่อนไหวทางสังคมเพื่อกำจัดขยะให้หมดไป ผ่านการจัดการระบบที่ไม่สร้างขยะตั้งแต่แรก ในเอเชียปัจจุบัน เรามีตัวอย่างของเมือง Zero Waste ให้เห็นทั้งในอินเดีย ไต้หวัน และญี่ปุ่น ซึ่งในบทความนี้เราจะมาดูตัวอย่างของเมืองที่ผันตัวเองสู่การเป็นเมือง Zero Waste ได้สำเร็จเป็นแห่งแรกในญี่ปุ่น นั่นคือเมืองคามิคัตสึ

ทุกวันนี้ขยะที่แยกแล้วของญี่ปุ่นไปอยู่ไหน?

ทุกวันนี้ขยะที่แยกแล้วของญี่ปุ่นไปอยู่ไหน?

ประเทศญี่ปุ่นนับเป็นประเทศหนึ่งที่มีเทคโนโลยีรีไซเคิลและการจัดการขยะชั้นนำ อย่างไรก็ตาม การรีไซเคิลวัสดุจำเป็นต้องใช้พลังงานปริมาณมาก และการรีไซเคิลเพียงอย่างเดียวไม่สามารถป้อนวัสดุที่เพียงพอต่อความต้องการของผู้บริโภคเข้าสู่ระบบได้ ดังนั้น 80% ของจำนวนขยะ 44 ล้านตันที่ญี่ปุ่นผลิตทุกปีจะถูกนำไปเผาเป็นเชื้อเพลิง (Waste-to-energy) หรือถูกฝังกลบทิ้งโดยไม่ถูกนำกลับมารีไซเคิล

คามิคัตสึ เมือง Zero Waste แห่งแรกของญี่ปุ่น

คามิคัตสึ เมือง Zero Waste แห่งแรกของญี่ปุ่น

คามิคัตสึ (上勝町) เป็นเมืองเล็กๆ ท่ามกลางหุบเขาในจังหวัดโทคุชิมะ บนเกาะชิโคคุ เนื่องจากคามิคัตสึเป็นเมืองชนบทเล็กๆ ชาวบ้านจึงนิยมเผาขยะเองที่สวนหลังบ้าน และมีการเผาไร่เพื่อเตรียมทำไร่นาในปีต่อไป ซึ่งทั้งการเผาขยะที่มีควันพิษและการเผาไร่เป็นต้นเหตุของปัญหามลพิษในเมือง

จนกระทั่งปี 2003 เมืองคามิคัตสึตัดสินใจประกาศให้ตนเองเป็นเมือง Zero Waste และตั้งเป้าให้ชุมชนผลิตขยะเป็นศูนย์ได้ภายในปี 2020 นับเป็นเมืองแรกของประเทศญี่ปุ่นที่ประกาศตนเองเป็นเมือง Zero Waste และ ณ ปี 2020 ที่ตั้งเป้าไว้ เมืองคามิคัตสึสามารถรีไซเคิลขยะในเมืองได้ถึง 81% และเป็นเมืองที่แทบไม่ผลิตขยะเลย

อย่างไรก็ตาม กว่าเมืองคามิคัตสึจะปรับตัวเป็นเมือง Zero Waste อย่างทุกวันนี้ได้นั้นไม่ใช่เรื่องง่าย เพราะการรีไซเคิลและแยกขยะเป็นสิ่งที่ใช้ทั้งเวลาและการใส่ใจ การปรับตัวในช่วงแรกจึงต้องใช้ความพยายามอย่างมหาศาลจากคนทั้งเมืองในทุกภาคส่วน

โมเดลสังคม Zero Waste ของคามิคัตสึ

โมเดลสังคม Zero Waste ของคามิคัตสึ

โมเดลสังคมที่ทำให้คามิคัตสึประสบความสำเร็จในฐานะเมือง Zero Waste ประกอบด้วย 3 ภาคส่วนสำคัญได้แก่ ผู้บริโภค ผู้ผลิต และภาครัฐ ซึ่งต่างมีบทบาทของตัวเองดังนี้

ผู้บริโภค: เลือกซื้อสินค้าที่ถูกออกแบบมาให้ไม่สร้างขยะหรือสินค้าที่ไม่มีสารประกอบอันตราย หากมีสินค้าที่ต้องการให้ปรับปรุงผู้บริโภคจะแจ้งไปยังผู้ผลิต และขับเคลื่อนภาครัฐให้ปรับปรุงระบบที่ควรปรับ

ผู้ผลิต: ออกแบบสินค้าให้สามารถทำกลับมาใช้ใหม่ได้ รวมค่าใช้จ่ายในการรีไซเคิลเข้าไปในราคาสินค้า และเก็บสินค้ากลับมาใช้เป็นทรัพยากรรีไซเคิลด้วยตนเอง

ภาครัฐ: ออกแบบกฎหมายและระบบที่มุ่งเน้นสร้างสังคม Zero Waste สนับสนุนการบริโภคสินค้าที่ไม่ต้องเผาหรือกลบฝังทิ้ง และรักษาความเป็นสังคม Zero Waste

ทั้ง 3 ภาคส่วนนี้จะทำงานร่วมกันโดยมีเป้าหมายหลัก 4 ข้อ คือ

  1. ให้ร้านค้าในเมืองมีสินค้าที่ออกแบบมาให้รีไซเคิลได้อย่างต่อเนื่องในกระบวนการผลิตโดยไม่สร้างมลพิษใดๆ เพื่อเป็นการตัดปัญหา Zero Waste ตั้งแต่ขั้นตอนการผลิตและไม่ให้มีสินค้าที่สุดท้ายจะกลายเป็นขยะในที่สุด
  2. สนับสนุนระบบที่ให้ประชาชนได้ประโยชน์จากการรีไซเคิลเพื่อป้องกันการทิ้งขยะโดยสูญเปล่า และให้เรื่องการเก็บกู้สินค้ากลับมาใช้ใหม่กลายเป็นเรื่องปกติในชีวิตประจำวัน

เช่น การใช้ระบบมัดจำที่ผู้บริโภคจะจ่ายไว้เมื่อซื้อสินค้า และเมื่อใช้สินค้าเสร็จและนำวัสดุบรรจุภัณฑ์มาส่งคืนให้กับผู้ผลิต ผู้บริโภคก็จะได้เงินมัดจำในส่วนนี้คืน และลดภาระในการเก็บกู้วัสดุของผู้ผลิตด้วย

  1. ลดภาระค่าใช้จ่ายสาธารณูปโภคในการกำจัดขยะของประชาชน ด้วยการสร้างสังคม Zero Waste และทำให้เตาเผาขยะหรือที่ดินฝังกลบค่อยๆ ลดความจำเป็นอย่างเป็นลำดับขั้นตอน
  2. ทำให้การรีไซเคิลและการเก็บกู้วัสดุกลับมาใช้ใหม่เป็นเรื่องปกติในชีวิตประจำวัน โดยหน่วยงานรัฐจะต้องลดภาระในการเก็บกู้วัสดุส่งคืนผู้ผลิต และทำให้ภาระในการแยกขยะของประชาชนลดลง

ปัจจุบันโรงแยกขยะของเมืองคามิคัตสึมีการแบ่งประเภทขยะกว่า 45 ประเภท ซึ่งนับเป็นรายการแยกขยะที่ละเอียดมากพอสมควร แต่เมืองคามิคัตสึได้จัดระบบให้โรงแยกขยะเป็นมิตรต่อประชาชนที่เข้ามาใช้งานด้วยตัวช่วยต่างๆ เช่นป้ายอธิบายขยะแต่ละประเภท การแจกใบปลิวไว้เป็นโพยให้ประชาชนดูตามบ้าน การมีอุปกรณ์เช่นแม่เหล็กสำหรับช่วยแยกกระป๋องเหล็กอัลลูมิเนียม และที่สำคัญคือเจ้าหน้าที่โรงแยกขยะที่คอยช่วยพาแยกขยะอย่างเป็นกันเอง

 

ด้วยอัธยาศัยของเจ้าหน้าที่ประจำโรงแยกขยะ ทำให้โรงแยกขยะของเมืองคามิคัตสึประสบความสำเร็จในการสร้างความคุ้นเคยให้กับประชาชน และเพราะเมืองคามิคัตสึเองก็เข้าสู่สังคมผู้สูงอายุ ทำให้ผู้สูงอายุเดินทางมาแยกขยะและเพื่อพูดคุยกับเจ้าหน้าที่และผู้สูงอายุด้วยกันอีกด้วย ทำให้โรงแยกขยะของเมืองคามิคัตสึสามารถก้าวเข้ามาเป็นศูนย์กลางของชุมชนเมืองและเป็นศูนย์กลางของการขับเคลื่อนเมืองสู่สังคม Zero Waste ไปพร้อมๆ กันได้อีกด้วย

เมือง Zero Waste อื่นในญี่ปุ่น

เมือง Zero Waste อื่นในญี่ปุ่น

นอกจากเมืองคามิคัตสึแล้ว ญี่ปุ่นยังมีอีก 3 เมืองที่ประกาศตัวเองเป็นเมือง Zero Waste ได้แก่เมืองโอกิ (大木町) จังหวัดฟุกุโอกะ เมืองมินามาตะ (水俣市) จังหวัดคุมาโมโตะ และเมืองอิคารุงะ (斑鳩町) จังหวัดนารา ซึ่งต่างมีเมืองคามิคัตสึเป็นโมเดลต้นแบบในการสร้างเมือง Zero Waste ของตัวเอง

อย่างไรก็ตาม ด้วยความที่คามิคัตสึเป็นเมืองขนาดเล็กซึ่งมีโครงสร้างการจัดการต่างจากเมืองใหญ่ ประกอบกับไลฟ์สไตล์ชนบทที่เอื้อต่อการลดการใช้สินค้าใช้แล้วทิ้ง ทำให้โมเดลของเมืองคามิคัตสึยังต้องถูกปรับอีกมากกว่าจะนำมาใช้กับเมืองใหญ่ได้ ถึงอย่างนั้น เมืองคามิคัตสึก็ยังเป็นเมืองหนึ่งที่น่าจับตามองในฐานะเมืองแรกของญี่ปุ่นที่สร้างเมือง Zero Waste ได้สำเร็จ

ใครที่สนใจเรื่องเมือง Zero Waste ของเมืองคามิคัตสึเพิ่มเติมสามารถเข้าชมเว็บไซต์ของ Zero Waste Academy องค์กรไม่แสวงผลกำไรของเมืองคามิคัตสึเพื่อทำความรู้จักเพิ่มเติมได้    สล็อตเว็บตรงไม่ผ่านเอเย่นต์

วิธีการเพิ่มโอกาสของคุณชนะล้าน

วิธีการเพิ่มโอกาสของคุณชนะล้าน ทุกคนต้องการที่จะรู้ว่าวิธีที่จะเพิ่มโอกาสในการชนะล้าน ส่วนใหญ่เรามั่นใจว่าถ้าเราชนะเราก็จะชอบหวย คำถามคือใครจะแบ่งปันความลับของพวกเขา บางส่วนของพวกเขาจะบอกว่ามันเป็นเรื่องเกี่ยวกับการคาดการณ์และบางคนคิดว่ามันเกี่ยวข้องกับกลยุทธ์ จริงๆแล้วมันเป็นการรวมกันของสิ่งต่างๆมากมาย บางคนบอกว่าวิธีที่ดีที่สุดเพื่อเพิ่มโอกาสของคุณที่จะชนะคือการเลือกหมายเลขเดียวกันเป็นผู้ชนะก่อนหน้านี้ ในทางทฤษฎีตัวเลขสุดท้ายจะเหมือนกับหมายเลขหวยแรก อย่างไรก็ตามทฤษฎีนี้ไม่ได้ใช้กับหวยทั้งหมดเพราะบางประเทศมีวิธีการที่แตกต่างกันของการจับสลาก ในบางประเทศคุณสามารถซื้อตั๋วด้วยวิธีเดียวกันของการชำระเงินเป็นผู้ชนะก่อน บางประเทศได้เผยแพร่ตัวเลขรางวัลในหนังสือพิมพ์ ทั้งหมดที่คุณต้องทำคือซื้อตั๋วแล้วจับฉลาก ในประเทศที่มีการจับสลากคุณต้องใช้ตั๋วสำนักงานพิมพ์ตั๋วของคุณและจากนั้นคุณสามารถกลับบ้านเพื่อรอผล ถ้าคุณชนะคุณจะต้องจ่ายค่าธรรมเนียมเดียวกันเป็นผู้ชนะก่อนหน้านี้ บนมืออื่นๆที่บางประเทศมีวิธีการที่แตกต่างกันของการจับสลากในประเทศเหล่านี้คุณสามารถใช้สูตรหวยซื้อตั๋ว เพื่อเพิ่มโอกาสในการชนะของคุณคุณควรติดมันในประเทศเหล่านี้

ในยุโรปคุณสามารถซื้อตั๋วได้ด้วยวิธี La Partage หรือ Parention ครึ่งหนึ่งของค่าโดยสารให้เจ้าของเดิมและอีกครึ่งหนึ่งให้ผู้ซื้ออย่างเป็นทางการของตั๋ว ถ้าคุณวางแผนที่จะเข้าร่วมหลายหวยคุณต้องเลือกตั๋วที่เป็นของประเทศที่คุณอาศัยอยู่ ในกรณีนี้วิธีการแบ่งส่วนจะเป็นประโยชน์เพราะหุ้นเท่านั้นที่สามารถเป็นของผู้ซื้ออย่างเป็นทางการและดังนั้นจึงสามารถใช้ร่วมกันระหว่างผู้ชนะทั้งหมด ผู้ซื้ออย่างเป็นทางการคิดค่าบริการเพียงครึ่งหนึ่งของราคาตั๋วและสิทธิของเจ้าของจะไม่ได้รับผลกระทบ ประโยชน์ของสถานการณ์นี้คือว่าถ้าคุณโชคดีพอที่จะชนะรางวัลหลายผู้ชนะทั้งหมดสามารถแบ่งปันเงินทั้งหมดยกเว้นผู้ถือหวยก่อนซื้อ

เนลเลอร์ เป็นหน่วยประมวลผลการชำระเงินที่มีความหลากหลายของตัวเลือกการชำระเงินสำหรับลูกค้าทั่วโลก มันช่วยให้คุณสามารถจ่ายได้อย่างปลอดภัยผ่านบัตรเดบิตและ moneybookers ฯลฯ สำหรับตัวเลือกนี้คุณต้องระบุหมายเลขบัตรเครดิตที่อยู่หมายเลขโทรศัพท์และที่อยู่อีเมลของคุณ คุณจะได้รับโทรศัพท์จากหนึ่งในตัวแทนของบริษัทเพื่อยืนยันตัวตนของคุณและรายละเอียดที่คุณเลือกในรูปแบบของพวกเขา แสดงกำไร อินเทอร์เน็ตเป็นอีกออนไลน์หวยเดิมพันเว็บไซต์ มันมีเกมออนไลน์ที่แปลกที่ช่วยให้คุณสามารถโยนอดีตของคุณแต่คุณสามารถเล่นเกมนี้ในเว็บไซต์ของพวกเขา ถ้าคุณต้องการที่จะเล่นเกมบนเว็บไซต์ของพวกเขาคุณจะต้องลงทะเบียนและข้อมูลส่วนบุคคลของคุณจะถูกเก็บไว้เป็นความลับ พวกเขาให้คุณมีโอกาสที่จะชนะเพียงแค่กรอกกระเป๋าหวยของคุณ ถ้าคุณลงทะเบียนคุณจะได้รับผลหวยแม้ว่าคุณจะไม่ได้รับการจับสลาก ถ้าคุณลงทะเบียนคุณยังสามารถเล่นเกมและมีโอกาสชนะมากขึ้น

ถ้าคุณต้องการที่จะชนะการคาดการณ์รอบที่สามคุณควรมีวิธีการที่มีประสิทธิภาพเพื่อวิเคราะห์และคาดการณ์ซึ่งตัวเลขจะปรากฏในการวาดต่อไป ถ้าคุณมีปัญหาในการคํานวณโอกาสชนะคุณสามารถใช้ประโยชน์จากคู่มือหวย คู่มือเหล่านี้สามารถพบได้บนอินเทอร์เน็ตและมักจะสกัดจากอบเชยของพวกเขาอย่างไรก็ตามถ้าคุณมีความรู้น้อยและประสบการณ์คุณสามารถมีสระว่ายน้ำขนาดใหญ่ของคุณเอง คุณสามารถมีเพื่อนร่วมงานที่เชื่อถือได้ของคุณทั้งหมดมารวมตัวกันในสถานที่หนึ่งและทุกสัปดาห์จะมีการคาดการณ์หวยที่ดีที่สุด ตั๋วในสัปดาห์นี้ มันเป็นคำถามที่คุณถามตัวเองและมันเป็นสัปดาห์ที่คุณตอบ คุณเห็นมันเป็นเกมของโอกาสไม่ใช่เกมของความเชื่อมั่น ความมั่นใจคือการเตรียมการและขั้นตอนที่ยอดเยี่ยมและวิธีการที่จะชนะในวันนี้ มันเกี่ยวกับการจัดเรียงและการตัดสินใจที่ถูกต้อง อย่างไรก็ตามมันจะดีกว่าถ้าคุณมีการวางแผนและการบ้านพร้อม มีกลยุทธ์ที่มีประสิทธิภาพและการตรวจสอบที่จำเป็นทั้งหมดพร้อมจะมีโอกาสที่ดีกว่าที่จะชนะการคาดการณ์ทางเลือกที่สาม มันอาจจะไม่รับประกันชัยชนะของคุณแต่มันจะทำให้คุณใกล้ชิดกับรางวัล คุณพร้อมที่จะเผชิญหน้ากับฝ่ายตรงข้ามของคุณในศาล

รวมสุดยอดกระเช้าลอยฟ้าชมวิวสุดพิเศษทั่วประเทศญี่ปุ่น!

อีกไม่กี่เดือนญี่ปุ่นก็จะเข้าสู่ฤดูที่สวยงามอย่างฤดูใบไม้ร่วง ไม่ว่าจะมองไปทางไหนเราก็จะได้เห็นสีสันสวยงามของต้นไม้และใบไม้เปลี่ยนสีสวยงามอยู่ทุกที่ในญี่ปุ่น หากอยากลองเปลี่ยนบรรยากาศ วันนี้เราจะขอแนะนำกระเช้าลอยฟ้าที่สามารถมองเห็นใบไม้เปลี่ยนสีจากบนเนินเขาได้ทุกมุม สวยงามจนไม่อยากให้ทุกคนพลาดเลยค่ะ

กระเช้าลอยฟ้าภูเขาริวโอ (Ryuo Mountain Park) ที่มีผู้โดยสารจำนวนมากที่สุดในญี่ปุ่น

 

กระเช้าลอยฟ้าเหนือภูเขาคิตะชิกะโคะเก็น ในจังหวัดนะกะโนะ มีระยะความยาว 2292.79 เมตร เชื่อมต่อกับสถานีที่ตีนเขา สูง 980 เมตร และยังเชื่อมกับระเบียงโซระที่สูง 1,770 เมตร เป็นเส้นทางชมทิวทัศน์ที่สามารถเพลิดเพลินกับสีสันของฤดูใบไม้ร่วงจากท้องฟ้าในฤดูใบไม้ร่วงได้อย่างเต็มที่ กระเช้าลอยฟ้านี้มีห้องโดยสารกอนโดลาที่สามารถรองรับผู้โดยสารได้มากที่สุดในญี่ปุ่นที่จำนวนสูงสุดถึง 166 คน แต่ก็มีความคล่องตัวและสามารถเคลื่อนที่ได้ 7 เมตรต่อวินาที ที่ระเบียงโซระ จุดพักชมวิวจะมองเห็นทะเลเมฆ พระอาทิตย์ตก และใบไม้เปลี่ยนสี บอกได้เลยว่าฤดูใบไม้ร่วงเป็นช่วงที่เหมาะที่สุดที่จะขึ้นกระเช้าลอยฟ้าเพื่อให้ได้รับชมวิวที่สวยที่สุด

ที่ตั้ง: Ryuo Mountain Park
11700 Yagose, Yamanouchi Town, Shimotakai District, Nagano Prefecture
เบอร์ที่ติดต่อ: 0269-33-7131

กระเช้าลอยฟ้าทาเตยามะ (Tateyama Ropeway) ที่ไม่มีเสาแม้แต่ต้นเดียว

 

ในฤดูใบไม้ร่วงเหล่าใบไม้จะพร้อมใจกันเปลี่ยนสี เมื่อพูดถึงกระเช้าลอยฟ้า เราจะนึกถึงเสาค้ำเป็นแนวไปตามเส้นทางของกระเช้า แต่กระเช้าลอยฟ้าทาเทยามะ ที่ตั้งอยู่บนเส้นทางอัลไพน์ทาเตยามะคุโรเบะ ในสวนสาธารณะภูเขาชูบุ จังหวัดโทยามะ ได้ชื่อว่าเป็นกระเช้าลอยฟ้าแห่งเดียวในญี่ปุ่นที่ไม่มีเสาจากสถานีเริ่มต้นไปยังสถานีปลายทาง ความยาวเป็นทางลาดชันจากสถานีไดคังบุเนะ ซึ่งสูง 2,316 เมตร จากระดับน้ำทะเล ยาวไปถึงสถานีคุโระเบะไดระ ซึ่งสูงจากระดับน้ำทะเล 1,828 เมตร เป็นระยะทางไกล 1,720 เมตร เส้นทางนี้ได้ชื่อว่าเป็นจุดชมใบไม้เปลี่ยนสีที่มีชื่อเสียงที่สุดแห่งหนึ่งของญี่ปุ่น หากมีโอกาสก็อยากให้ได้ไปเห็นความงามเองกับตา

ที่ตั้ง: Tateyama Kurobe Alpine Route
11 National Forest of Beech Sakabe, Ashikuji Temple, Tateyama Town, Nakashingawa District, Toyama Prefecture
เบอร์ที่ติดต่อ: 076-432-2819

กระเช้าลอยฟ้าชินโฮทากะ (Shinhotaka Ropeway) กระเช้าสองชั้นแห่งเดียวในญี่ปุ่น

 

ถ้าพูดถึงกระเช้าลอยฟ้าเราจะนึกถึงกระเช้าแบบชั้นเดียว แต่กระเช้าลอยฟ้าชินโฮทากะ ในอุทยานแห่งชาติภูเขาชูบุ จังหวัดกิฟุ ให้บริการกระเช้าลอยฟ้าแบบสองชั้นเป็นแห่งเดียวในญี่ปุ่น จากสถานีออนเซ็นชินโฮทากะที่ระดับความสูง 1,117 เมตร ไปยังสถานีนิชิโฮทากะกุจิเป็นระยะทางยาว 2,156 เมตร เป็นเส้นทางชมวิวอันยอดเยี่ยมที่คุณสามารถเพลิดเพลินกับทิวทัศน์ของธรรมชาติทั้งสี่ฤดูกาล และแน่นอนว่าในฤดูใบไม้ร่วงก็จะได้เพลิดเพลินกับความงามของใบไม้เปลี่ยนสี นอกจากนี้รอบๆ ยังมีบ่อน้ำพุร้อนที่มีชื่อเสียงหลายแห่งในหมู่บ้านโอคุฮิดะออนเซ็น หากมีเวลาก็สามารถไปแช่ออนเซ็นเพื่อผ่อนคลายได้

ที่ตั้ง: Shinhotaka Ropeway
Shinhotaka Onsen, Okuhida Onsen, Takayama City, Gifu Prefecture
เบอร์ที่ติดต่อ: 0578-89-2252 (Shinhotaka ropeway)

กระเช้าลอยฟ้าโคมากะทาเกะ (Komagatake Ropeway) ระดับความสูงที่ความแตกต่างที่สุดของญี่ปุ่น

 

กระเช้าลอยฟ้าในเทือกเขาแอลป์ ตั้งอยู่ใจกลางภูเขาทางตอนใต้ของจังหวัดนากาโนะ เป็นกระเช้าลอยฟ้าที่มีชื่อเสียงที่สุดในญี่ปุ่นในเรื่องความแตกต่างของระดับความสูง โดยจากสถานีชิราบิไรระ ที่ระดับความสูง 1,662 เมตร ถึงสถานีเซนโจจิคิ ที่ระดับความสูง 2,612 เมตร ระดับความสูงที่เคลื่อนที่จากเส้นทางหนึ่งไปอีกที่หนึ่งต่างกันด้วยความสูงถึง 950 เมตร ระดับความสูงของสถานีปลายทางถือว่าสูงที่สุดในญี่ปุ่น เริ่มแรกกระเช้าลอยฟ้าโคมากะทาเกะนี้เป็นกระเช้าลอยฟ้าบุกเบิกกระเช้าแรกในญี่ปุ่นที่สร้างขึ้นอย่างไม่เป็นทางการที่ความสูง 3,000 เมตร จุได้ 61 คน โดยมีความยาวเส้นทแยงมุม 2,333.5 เมตร ที่แห่งนี้ถือเป็นไฮไลท์ของสีสันในฤดูใบไม้ร่วง โดยมีโค้งเซ็นโจจิกิ (Senjojiki Curl) ที่อยู่ด้านหน้าสถานีปลายทางเป็นจุดชมวิวที่มีชื่อเสียงมากในญี่ปุ่น

ที่ตั้ง: Central Alps Komagatake Ropeway
759-489 Ako, Komagane City, Nagano Prefecture
เบอร์ที่ติดต่อ: 0265-83-3107

กระเช้าลอยฟ้าคิโนะซากิ (Kinosaki Onsen Ropeway) พร้อมสถานีระหว่างทาง

 

 

กระเช้าลอยฟ้าที่คิโนะซากิออนเซ็น ในจังหวัดเฮียวโงะ เป็นที่นิยมในหมู่นักท่องเที่ยว เนื่องจากกระเช้าลอยฟ้าแห่งนี้มีจุดแวะพักระหว่างทาง เป็นประสบการณ์ที่ไม่เหมือนกับกระเช้าลอยฟ้าแห่งอื่น จุดเดินทางแรกเริ่มจากสถานีคิโนะซากิออนเซ็น สูงจากระดับน้ำทะเล 24 เมตร ไปยังสถานีออนเซ็นจิ อยู่สูงจากระดับน้ำทะเล 87 เมตร โดยจะเป็นจุกหยุดพักแวะชมวิวแล้วจึงเดินหน้าไปต่อที่สถานียามะกะมิ ซึ่งอยู่สูงจากระดับน้ำทะเล 231 เมตร ช่วงเวลาที่ดีที่สุดในการชมใบไม้เปลี่ยนสี คือปลายเดือนพฤศจิกายนถึงต้นเดือนธันวาคม นอกจากจะได้ชมดอกไม้เปลี่ยนสีแล้วยังได้เพลิดเพลินกับทิวทัศน์ของอุทยานแห่งชาติซังอินไคกังอีกด้วย

ที่ตั้ง: Kinosaki Onsen Ropeway
806-1 Yushima, Kinosaki Town, Toyooka City, Hyogo Prefecture
เบอร์ที่ติดต่อ: 0796-32-2530

กระเช้าลอยฟ้าอุนเซ็นจิ (Unzenji Ropeway) กระเช้าลอยฟ้าที่เร็วที่สุดแห่งหนึ่งในญี่ปุ่น

 

ในเกาะชิโกกุเองนั้นก็มีกระเช้าลอยฟ้าของจังหวัดคางาวะ ลักษณะเฉพาะของกระเช้าลอยฟ้าแห่งนี้คือ ตั้งอยู่ในพื้นที่ศักดิ์สิทธิ์ของเกาะชิโกกุทางตะวันตก เคลื่อนที่ด้วยความเร็ว 10 เมตรต่อวินาที เช่นเดียวกับกระเช้าลอยฟ้าฮัคไคซัง (Hakkaisan Ropeway) ในจังหวัดนีกาตะ และกระเช้าลอยฟ้าฟุระโนะ (Furano Ropeway) ในจังหวัดฮอกไกโด กระเช้าลอยฟ้าแห่งนี้มีความยาว 1,882 เมตร ระหว่างเสาที่สองและเสาที่สาม ด้วยความห่างระหว่างเสามีความยาวถึง 1,882 เมตร จึงทำให้ภูมิทัศน์โดยรอบของกระเช้าแห่งนี้เป็นที่โล่งสวยงาม และถือว่าเป็นระยะห่างระหว่างเสาที่ยาวที่สุดในญี่ปุ่น ช่วงเวลาที่ดีที่สุดในการชมใบไม้เปลี่ยนสีคือประมาณกลางเดือนพฤศจิกายน    สล็อตเว็บตรงไม่ผ่านเอเย่นต์

อีกไม่กี่เดือนญี่ปุ่นก็จะเข้าสู่ฤดูที่สวยงามอย่างฤดูใบไม้ร่วง ไม่ว่าจะมองไปทางไหนเราก็จะได้เห็นสีสันสวยงามของต้นไม้และใบไม้เปลี่ยนสีสวยงามอยู่ทุกที่ในญี่ปุ่น หากอยากลองเปลี่ยนบรรยากาศ วันนี้เราจะขอแนะนำกระเช้าลอยฟ้าที่สามารถมองเห็นใบไม้เปลี่ยนสีจากบนเนินเขาได้ทุกมุม สวยงามจนไม่อยากให้ทุกคนพลาดเลยค่ะ

กระเช้าลอยฟ้าภูเขาริวโอ (Ryuo Mountain Park) ที่มีผู้โดยสารจำนวนมากที่สุดในญี่ปุ่น

 

กระเช้าลอยฟ้าเหนือภูเขาคิตะชิกะโคะเก็น ในจังหวัดนะกะโนะ มีระยะความยาว 2292.79 เมตร เชื่อมต่อกับสถานีที่ตีนเขา สูง 980 เมตร และยังเชื่อมกับระเบียงโซระที่สูง 1,770 เมตร เป็นเส้นทางชมทิวทัศน์ที่สามารถเพลิดเพลินกับสีสันของฤดูใบไม้ร่วงจากท้องฟ้าในฤดูใบไม้ร่วงได้อย่างเต็มที่ กระเช้าลอยฟ้านี้มีห้องโดยสารกอนโดลาที่สามารถรองรับผู้โดยสารได้มากที่สุดในญี่ปุ่นที่จำนวนสูงสุดถึง 166 คน แต่ก็มีความคล่องตัวและสามารถเคลื่อนที่ได้ 7 เมตรต่อวินาที ที่ระเบียงโซระ จุดพักชมวิวจะมองเห็นทะเลเมฆ พระอาทิตย์ตก และใบไม้เปลี่ยนสี บอกได้เลยว่าฤดูใบไม้ร่วงเป็นช่วงที่เหมาะที่สุดที่จะขึ้นกระเช้าลอยฟ้าเพื่อให้ได้รับชมวิวที่สวยที่สุด

ที่ตั้ง: Ryuo Mountain Park
11700 Yagose, Yamanouchi Town, Shimotakai District, Nagano Prefecture
เบอร์ที่ติดต่อ: 0269-33-7131

กระเช้าลอยฟ้าทาเตยามะ (Tateyama Ropeway) ที่ไม่มีเสาแม้แต่ต้นเดียว

 

ในฤดูใบไม้ร่วงเหล่าใบไม้จะพร้อมใจกันเปลี่ยนสี เมื่อพูดถึงกระเช้าลอยฟ้า เราจะนึกถึงเสาค้ำเป็นแนวไปตามเส้นทางของกระเช้า แต่กระเช้าลอยฟ้าทาเทยามะ ที่ตั้งอยู่บนเส้นทางอัลไพน์ทาเตยามะคุโรเบะ ในสวนสาธารณะภูเขาชูบุ จังหวัดโทยามะ ได้ชื่อว่าเป็นกระเช้าลอยฟ้าแห่งเดียวในญี่ปุ่นที่ไม่มีเสาจากสถานีเริ่มต้นไปยังสถานีปลายทาง ความยาวเป็นทางลาดชันจากสถานีไดคังบุเนะ ซึ่งสูง 2,316 เมตร จากระดับน้ำทะเล ยาวไปถึงสถานีคุโระเบะไดระ ซึ่งสูงจากระดับน้ำทะเล 1,828 เมตร เป็นระยะทางไกล 1,720 เมตร เส้นทางนี้ได้ชื่อว่าเป็นจุดชมใบไม้เปลี่ยนสีที่มีชื่อเสียงที่สุดแห่งหนึ่งของญี่ปุ่น หากมีโอกาสก็อยากให้ได้ไปเห็นความงามเองกับตา

ที่ตั้ง: Tateyama Kurobe Alpine Route
11 National Forest of Beech Sakabe, Ashikuji Temple, Tateyama Town, Nakashingawa District, Toyama Prefecture
เบอร์ที่ติดต่อ: 076-432-2819

กระเช้าลอยฟ้าชินโฮทากะ (Shinhotaka Ropeway) กระเช้าสองชั้นแห่งเดียวในญี่ปุ่น

 

ถ้าพูดถึงกระเช้าลอยฟ้าเราจะนึกถึงกระเช้าแบบชั้นเดียว แต่กระเช้าลอยฟ้าชินโฮทากะ ในอุทยานแห่งชาติภูเขาชูบุ จังหวัดกิฟุ ให้บริการกระเช้าลอยฟ้าแบบสองชั้นเป็นแห่งเดียวในญี่ปุ่น จากสถานีออนเซ็นชินโฮทากะที่ระดับความสูง 1,117 เมตร ไปยังสถานีนิชิโฮทากะกุจิเป็นระยะทางยาว 2,156 เมตร เป็นเส้นทางชมวิวอันยอดเยี่ยมที่คุณสามารถเพลิดเพลินกับทิวทัศน์ของธรรมชาติทั้งสี่ฤดูกาล และแน่นอนว่าในฤดูใบไม้ร่วงก็จะได้เพลิดเพลินกับความงามของใบไม้เปลี่ยนสี นอกจากนี้รอบๆ ยังมีบ่อน้ำพุร้อนที่มีชื่อเสียงหลายแห่งในหมู่บ้านโอคุฮิดะออนเซ็น หากมีเวลาก็สามารถไปแช่ออนเซ็นเพื่อผ่อนคลายได้

ที่ตั้ง: Shinhotaka Ropeway
Shinhotaka Onsen, Okuhida Onsen, Takayama City, Gifu Prefecture
เบอร์ที่ติดต่อ: 0578-89-2252 (Shinhotaka ropeway)

กระเช้าลอยฟ้าโคมากะทาเกะ (Komagatake Ropeway) ระดับความสูงที่ความแตกต่างที่สุดของญี่ปุ่น

 

กระเช้าลอยฟ้าในเทือกเขาแอลป์ ตั้งอยู่ใจกลางภูเขาทางตอนใต้ของจังหวัดนากาโนะ เป็นกระเช้าลอยฟ้าที่มีชื่อเสียงที่สุดในญี่ปุ่นในเรื่องความแตกต่างของระดับความสูง โดยจากสถานีชิราบิไรระ ที่ระดับความสูง 1,662 เมตร ถึงสถานีเซนโจจิคิ ที่ระดับความสูง 2,612 เมตร ระดับความสูงที่เคลื่อนที่จากเส้นทางหนึ่งไปอีกที่หนึ่งต่างกันด้วยความสูงถึง 950 เมตร ระดับความสูงของสถานีปลายทางถือว่าสูงที่สุดในญี่ปุ่น เริ่มแรกกระเช้าลอยฟ้าโคมากะทาเกะนี้เป็นกระเช้าลอยฟ้าบุกเบิกกระเช้าแรกในญี่ปุ่นที่สร้างขึ้นอย่างไม่เป็นทางการที่ความสูง 3,000 เมตร จุได้ 61 คน โดยมีความยาวเส้นทแยงมุม 2,333.5 เมตร ที่แห่งนี้ถือเป็นไฮไลท์ของสีสันในฤดูใบไม้ร่วง โดยมีโค้งเซ็นโจจิกิ (Senjojiki Curl) ที่อยู่ด้านหน้าสถานีปลายทางเป็นจุดชมวิวที่มีชื่อเสียงมากในญี่ปุ่น

ที่ตั้ง: Central Alps Komagatake Ropeway
759-489 Ako, Komagane City, Nagano Prefecture
เบอร์ที่ติดต่อ: 0265-83-3107

กระเช้าลอยฟ้าคิโนะซากิ (Kinosaki Onsen Ropeway) พร้อมสถานีระหว่างทาง

 

 

กระเช้าลอยฟ้าที่คิโนะซากิออนเซ็น ในจังหวัดเฮียวโงะ เป็นที่นิยมในหมู่นักท่องเที่ยว เนื่องจากกระเช้าลอยฟ้าแห่งนี้มีจุดแวะพักระหว่างทาง เป็นประสบการณ์ที่ไม่เหมือนกับกระเช้าลอยฟ้าแห่งอื่น จุดเดินทางแรกเริ่มจากสถานีคิโนะซากิออนเซ็น สูงจากระดับน้ำทะเล 24 เมตร ไปยังสถานีออนเซ็นจิ อยู่สูงจากระดับน้ำทะเล 87 เมตร โดยจะเป็นจุกหยุดพักแวะชมวิวแล้วจึงเดินหน้าไปต่อที่สถานียามะกะมิ ซึ่งอยู่สูงจากระดับน้ำทะเล 231 เมตร ช่วงเวลาที่ดีที่สุดในการชมใบไม้เปลี่ยนสี คือปลายเดือนพฤศจิกายนถึงต้นเดือนธันวาคม นอกจากจะได้ชมดอกไม้เปลี่ยนสีแล้วยังได้เพลิดเพลินกับทิวทัศน์ของอุทยานแห่งชาติซังอินไคกังอีกด้วย

ที่ตั้ง: Kinosaki Onsen Ropeway
806-1 Yushima, Kinosaki Town, Toyooka City, Hyogo Prefecture
เบอร์ที่ติดต่อ: 0796-32-2530

กระเช้าลอยฟ้าอุนเซ็นจิ (Unzenji Ropeway) กระเช้าลอยฟ้าที่เร็วที่สุดแห่งหนึ่งในญี่ปุ่น

 

ในเกาะชิโกกุเองนั้นก็มีกระเช้าลอยฟ้าของจังหวัดคางาวะ ลักษณะเฉพาะของกระเช้าลอยฟ้าแห่งนี้คือ ตั้งอยู่ในพื้นที่ศักดิ์สิทธิ์ของเกาะชิโกกุทางตะวันตก เคลื่อนที่ด้วยความเร็ว 10 เมตรต่อวินาที เช่นเดียวกับกระเช้าลอยฟ้าฮัคไคซัง (Hakkaisan Ropeway) ในจังหวัดนีกาตะ และกระเช้าลอยฟ้าฟุระโนะ (Furano Ropeway) ในจังหวัดฮอกไกโด กระเช้าลอยฟ้าแห่งนี้มีความยาว 1,882 เมตร ระหว่างเสาที่สองและเสาที่สาม ด้วยความห่างระหว่างเสามีความยาวถึง 1,882 เมตร จึงทำให้ภูมิทัศน์โดยรอบของกระเช้าแห่งนี้เป็นที่โล่งสวยงาม และถือว่าเป็นระยะห่างระหว่างเสาที่ยาวที่สุดในญี่ปุ่น ช่วงเวลาที่ดีที่สุดในการชมใบไม้เปลี่ยนสีคือประมาณกลางเดือนพฤศจิกายน

ที่ตั้ง: Unzenji Ropeway
Marui, Onohara Town, Kanonji City, Kagawa Prefecture
เบอร์ที่ติดต่อ: 0875-54-4968

กระเช้าลอยฟ้าที่ญี่ปุ่นมีความปลอดภัยค่อนข้างสูง และมีหลายที่มากๆ ในญี่ปุ่น นอกจากนี้ยังสามารถใช้บริการได้ทุกฤดูกาล อยู่ที่เราว่าจะสะดวกไปเที่ยวช่วงไหน ยังไงหากมีโอกาสได้ไปก็อยากให้เคารพกฎของสถานที่ท่องเที่ยวนั้นๆ จะได้เที่ยวอย่างปลอดภัยและสนุกค่ะ

สรุปเนื้อหาจาก: tabizine  รวมสุดยอดกระเช้าลอยฟ้า
ผู้เขียน: Nyanmaru  รวมสุดยอดกระเช้าลอยฟ้า

สล็อตเว็บตรง เล่นพูล – ผู้เริ่มต้นใช้งบประมาณได้อย่างไร!

หากคุณไม่ได้ สล็อตเว็บตรง เล่นพูล แสดงว่าคุณกำลังพลาดกิจกรรมสันทนาการที่ยอดเยี่ยม มันง่ายที่จะเบื่อกับการนั่งจ้องหน้าจอเมื่อคุณจดจ่ออยู่กับสิ่งอื่น อย่างไรก็ตาม หากคุณเป็นเหมือนใครหลายๆ คน คุณอาจไม่รู้ว่า play pool มีงบที่สามารถนำไปใช้ได้ดี!

ขั้นตอนแรกคือการเข้าร่วมรายการเว็บไซต์พันธมิตรที่จะช่วย สล็อตเว็บตรง ให้คุณใช้ประโยชน์จากโปรแกรมพันธมิตรของพวกเขา โปรแกรมเหล่านี้เหมือนกับการเป็นพันธมิตรของ Netflix ซึ่งคุณสามารถลงชื่อสมัครใช้ค่าบริการรายเดือนได้ ตราบใดที่คุณต้องสมัคร ค่าธรรมเนียมนี้มักจะน้อยกว่าค่าภาพยนตร์

สล็อตเว็บตรงPG

ไซต์พันธมิตรส่วนใหญ่ที่มีอยู่ในปัจจุบันมีตัวเลือกมากมายสำหรับเกมของคุณ ตั้งแต่การเล่นพูลไปจนถึงการซื้อเกม กุญแจสำคัญคือต้องจำไว้ว่าคุณภาพของเกมที่คุณกำลังเล่นและต้นทุนในการซื้อจะแสดงให้คุณเห็นว่าดีลที่คุณได้รับจากเงินของคุณดีแค่ไหน

สล็อตเว็บตรง

โปรดจำไว้ว่าจำนวนผู้เล่นที่เล่นเกมพูลออนไลน์ฟรี สล็อตเว็บตรง จะขึ้นอยู่กับประเภทของเกมที่คุณเลือก นี่เป็นอีกหนึ่งปัจจัยสำคัญที่คุณต้องคำนึงถึงเพราะอาจมีหลายคนที่ออนไลน์ในขณะนั้นชอบเล่นพูลและเล่นบ่อยๆ หากเป็นคุณ คุณจะต้องดูรายชื่อไซต์จำนวนมากเพื่อให้แน่ใจว่าคุณได้รับจำนวนมาก

ในฐานะมือใหม่ คุณต้องเข้าใจข้อเท็จจริงว่าระดับประสบการณ์การเล่นของคุณอาจเป็นปัจจัยในการกำหนดคุณภาพของโต๊ะพูล หากคุณเป็นมือใหม่ ตัวเลือกที่ดีที่สุดคือเล่นเกมคอมพิวเตอร์ คาสิโนออนไลน์ที่ดีที่สุดหลายแห่งนำเสนอคุณสมบัติที่หลากหลายที่ให้คุณเล่นพูลออนไลน์ฟรี

สิ่งแรกที่คุณจะสังเกตเห็นเกี่ยวกับตัวเลือกของคุณที่มีทางออนไลน์คือ คุณสามารถเล่นในทัวร์นาเมนต์ได้ หากคุณสนใจที่จะเล่นในทัวร์นาเมนต์เพื่อชิงรางวัล คุณจะต้องตัดสินใจอย่างเหมาะสมเพื่อที่จะได้รับเงินรางวัล

แน่นอน คุณจะต้องอยากรู้ว่าคุณจะทำอย่างไรในทัวร์นาเมนต์ที่คุณเข้าร่วม คุณยังต้องการทราบจำนวนคนอื่นๆ ที่จะเล่นในทัวร์นาเมนต์ที่คุณจะเข้าร่วม จำเป็นที่คุณจะต้องรู้ว่ามีคนอื่นอีกกี่คนที่จะลงเล่น เพราะถ้าคุณมีทัวร์นาเมนต์ที่ไม่ประจำการแข่งขัน นี่อาจเป็นการแข่งขันของคุณ

สล็อตเว็บตรงแตกง่าย

คุณจะต้องพิจารณาอยู่ชั่วขณะหนึ่งเพื่อค้นหาว่าคุณกำลังเผชิญกับการแข่งขันประเภทใด คุณจะต้องการให้แน่ใจว่าคุณรู้สิ่งนี้และคุณจำเป็นต้องรู้ว่าคุณจะต้องเล่นกับคนอื่นกี่ครั้ง

ตัวอย่างเช่น หากคุณกำลังต่อสู้กับคู่แข่งที่หลากหลาย สล็อตเว็บตรง คุณจะต้องแน่ใจว่าคุณได้รับเงินพร้อมๆ กันตลอดทั้งเรื่อง

ต่อไปนี้คือสิ่งสำคัญบางประการที่คุณจะมองหา:

อย่างที่คุณเห็น มีตัวเลือกมากมายที่คุณสามารถใช้ได้ และการรู้ว่าตัวเลือกเหล่านั้นจะช่วยให้คุณได้รับประโยชน์สูงสุดในเวลาน้อยที่สุด มีความสุข!

สล็อตเว็บตรง ทำเงินในมันสิ้นสุดหรือไม่

คุณจะทำอย่างไรเมื่อไปได้ดีและงานเสร็จแล้ว สล็อตเว็บตรง จะมีความสงบสุขหรือว่างานนี้จะทำสำเร็จหรือไม่? ลองหา!

หากคุณได้สร้างตัวละคร โหมดฮาร์ดคอร์ ซึ่งเป็นมือใหม่ใน World of Warcraft คุณอาจพบว่าคู่มือทองคำ WOW นั้นเหมาะกับการเล่นเกมของคุณ เศรษฐกิจของ World of Warcraft นั้นค่อนข้างเรียบง่ายและสมดุล ดังนั้นคำแนะนำเล็กๆ เกี่ยวกับกลยุทธ์การทำฟาร์มทองคำของ WOW จะช่วยได้มาก ต่อไปนี้คือกลยุทธ์ง่ายๆ ที่ใช้งานได้ใน World of Warcraft

สล็อตเว็บตรงวอเลท

สล็อตเว็บตรง

คุณต้องการทราบวิธีการทำเงินใน World of Warcraft หรือไม่? ใช้เทคนิคง่ายๆเหล่านี้และกลายเป็นเศรษฐี World of Warcraft!

ขายสิ่งของของคุณที่บ้านประมูล

สล็อตวอเลท

หากคุณเคยเล่น World of Warcraft มาสักระยะแล้ว คุณอาจเก็บไอเท็มบางชิ้นไว้ไม่ให้ขาย คุณสามารถกำจัดสิ่งเหล่านี้ได้โดยการขายที่ สล็อตเว็บตรง

AH อนุญาตให้คุณขายสินค้าใดๆ ที่คุณมีโดยไม่คำนึงถึง bp หรืออาชีพ สิ่งสำคัญคือการกำหนดราคาขายของคุณ สล็อตเว็บตรง จากนั้นคุณควรได้ราคาต่ำสุดเพื่อให้แน่ใจว่าคุณได้รับเงินของคุณและไม่ต้องเสียเวลากับราคาใหญ่ที่กลายเป็นของปลอม

อีกวิธีหนึ่งในการใช้เทคนิคนี้คือการสร้างการผูกขาด หากมีสินค้าที่คล้ายกันจำนวนมากสำหรับขาย สล็อตเว็บตรง คุณสามารถกำหนดราคาเองได้ คนอื่นจะต้องจ่ายเงินให้คุณในราคาที่ต่ำกว่า การใช้เทคนิคนี้ คุณจะได้รับมากมาย

ฆ่าอาชีพที่กำลังจะหมดอายุ

ทางออกที่ดีที่สุดของคุณสำหรับการทำเงินในอาชีพคือการฆ่า mobs ที่เป็นของอาชีพ นั่นทำให้คุณเป็นสินค้าโภคภัณฑ์ ซึ่งหมายความว่าคุณสามารถทำการตลาดกับตัวละครอื่น ๆ ที่กำลังมองหารายการเฉพาะเหล่านั้นได้

เมื่อคุณบดขยี้ mobs ที่เป็นของอาชีพ คุณมีโอกาสปล้นบทความมากมาย สิ่งที่ทำกำไรได้มากที่สุดอย่างหนึ่งคือส่วนต่าง ๆ ของร่างกายมนุษย์ แล้วนำไปขายให้กับพ่อค้าแม่ค้าและนำไปพัฒนาอาชีพต่างๆ

เมื่อคุณอยู่ในระดับที่ต่ำกว่าในเกม คุณจะมีเวลารับเสบียงได้ง่ายขึ้น คุณจะพบว่าตัวละครที่คุณอยากเล่นจะมีอาวุธและอาหารให้คุณ ในระดับที่เหมาะสม คุณสามารถรับอาหารและอาวุธได้อย่างง่ายดายในเวลาเดียวกัน

กลยุทธ์ที่เหมาะสมสำหรับการทำเงินใน World of Warcraft คือการใช้ประโยชน์จากบ้านประมูล เมื่อคุณทำภารกิจ คุณมักจะได้รับเสบียงเพียงพอเพื่อที่คุณจะได้ไม่ต้องจ่ายเงินมากเกินไปที่ผู้ขาย ด้วยการใช้บ้านประมูล คุณสามารถมั่นใจได้ว่าคุณจะไม่เสียเวลาและรับวัสดุที่เหมาะสม เกมดังกล่าวได้รับการออกแบบในลักษณะนี้เพื่อให้ผู้เล่นต้องดิ้นรนเพื่อให้ได้สิ่งที่ถูกต้องและต้องแน่ใจว่าพวกเขาจะไม่เสียเวลาเพราะพวกเขาต้องซื้อจากผู้ขายด้วย ด้วยการให้ความสนใจกับสิ่งที่เกิดขึ้นในบ้านประมูลและคอยระวังตัวที่ร้านค้าหัวมุม คุณจะทำเงินใน World of Warcraft ได้ง่ายมาก

ออกสำรวจธรรมชาติกลางฤดูใบไม้เปลี่ยนสีที่คามิโคจิ-คาราซาวะ

สำหรับเพื่อนๆ ที่กำลังมองหาประสบการณ์ใหม่ๆ ในการเดินทางด้วยรถไฟในญี่ปุ่น JR Times by JR East ก็เป็นเว็บหนึ่งที่เหมาะกับการทำการบ้านเพื่อเตรียมทริปลุยญี่ปุ่นค่ะ โดย JR Times by JR East เป็นเว็บไซต์ที่รวมทุกบทความเกี่ยวกับรถไฟที่นักท่องเที่ยวต้องรู้ ซึ่งรวมถึงบทความรีวิวสถานที่ท่องเที่ยวเด็ดๆ ห้ามพลาดที่สามารถเดินทางไปได้โดยรถไฟ JR East อีกมากมาย!

ในบทความนี้ เราจะพาเพื่อนๆ ตามรอยการเดินป่าจากคามิโคจิสู่คาราซาวะในฤดูใบไม้ร่วงของคุณ Carissa Loh นักเขียนชาวสิงคโปร์ผู้หลงรักประเทศญี่ปุ่นเอามากๆ เธอคนนี้เดินทางไปญี่ปุ่นมาแล้ว 43 ครั้ง และไปคามิโคจิมาแล้ว 7 ครั้งตั้งแต่ปี 2011! ดังนั้นจึงมั่นใจได้เลยทั้งเรื่องข้อมูลแม่นเป๊ะและความเชี่ยวชาญ ถ้าพร้อมแล้วก็สะพายกระเป๋าแล้วตามมาเลย!

ไปเดินป่าสำรวจธรรมชาติที่คามิโคจิ-คาราซาวะ

(Image Credit: Carissa Loh)

คามิโคจิตั้งอยู่ในจังหวัดนางาโนะ ชื่อคามิโคจินั้นแปลตรงตัวได้ว่า “สถานที่ที่เทพเจ้าลงมาประทับ” และมาจากการเข้ามาของเทพเจ้าชินโตนาม “โฮทากะ โนะ มิโคโตะ” ผู้ซึ่งเชื่อว่าลงมาประทับ ณ ภูเขาโอคุโฮตาคาดาเกะ ทิวทัศน์ที่นี่สวยงามราวกับสรวงสวรรค์อย่างไม่ต้องสงสัยเลยค่ะ! โดยอุณหภูมิมักจะไม่สูงไปกว่า 20ºC และจะเย็นลงเรื่อยๆ เมื่อปีนเขาสูงขึ้นไป ในโลกตะวันตกนั้นคามิโคจิเป็นที่รู้จักในชื่อ ‘เจแปนแอลป์’ หลังจากที่วอลเตอร์ เวสตัน มิชชันนารีชาวอังกฤษได้มาแนะนำและเผยแพร่การเดินป่าสไตล์ตะวันตกให้กับคนญี่ปุ่น

ฤดูใบไม้ร่วงที่คามิโคจิ (Image Credit: JR East / Carissa Loh)

เทือกเขาแอลป์ทางตอนเหนือของญี่ปุ่นที่ทอดตัวอยู่ท่ามกลางยอดเขาสูงตระหง่านและหุบเขาลึกนั้นเปรียบเสมือนสวรรค์ของนักปีนเขา โดยมีคามิโคจิเป็นประตูที่นำไปสู่การเดินป่าท่ามกลางภูเขาเหล่านี้ คามิโคจิอยู่ห่างจากเมืองมัตสึโมโตะออกไปเพียง 90 นาที ที่นี่จึงเป็นทริปแบบไปเช้าเย็นกลับที่สะดวกสบายสำหรับทุกคน และเป็นทริปแบบค้างคืนหลายวันสำหรับนักเดินเขาได้ไม่ยาก

ทริปคามิโคจิครั้งแรกของฉันในปี 2011 เป็นการท่องเที่ยวตามเส้นทางสำหรับมือใหม่เช่นเดียวกับคนส่วนใหญ่ นั่นคือการเดินจากบ่อน้ำไทโช ไปยังคัปปะบาชิ โดยใช้เวลา 1 ชั่วโมง หลังจากนั้นฉันก็เดินในเส้นทาง 3 ชั่วโมงที่เริ่มจากบ่อน้ำไทโช → คัปปะบาชิ → บ่อน้ำเมียวจิน → คัปปะบาชิอยู่หลายปี แต่หลังจากที่ฉันได้ปีนเขาเป็นครั้งแรก ฉันก็ตัดสินใจว่าฉันพร้อมแล้วที่จะลองเดินเขา 6 ชั่วโมงไปยังคาราซาวะ (Karasawa Cirque) ในปี 2018 ซึ่งเป็นจุดที่ไกลที่สุดเท่าที่ฉันเคยไปมาจนถึงตอนนี้ค่ะ แต่ฉันก็หวังว่าจะได้ลองปีนเขายาริ ภูเขายอดแหลมอันโดดเด่นซึ่งสูงเป็นอันดับ 5 ของญี่ปุ่นในอนาคตอันใกล้นี้

วิวรอบๆ Karasawa Cirque (Image Credit: JR East / Carissa Loh)

ถึงแม้ว่าคุณจะเดินทางไปไม่ถึงคาราซาวะ แต่คามิโคจิก็ยังเป็นสถานที่ที่น่าไปเยือนและมีอะไรที่รอให้ไปสัมผัสอีกมากมาย ใครจะไปรู้ว่าสักวันหนึ่งข้างหน้าหลังจากที่ไปเที่ยวคามิโคจิมาแล้ว 2-3 ครั้ง คุณอาจจะเดินทางท่องเที่ยวลึกเข้าไปในป่าเขาเพื่อชมวิวธรรมชาติอันน่าประทับใจเหมือนกับฉันก็ได้นะคะ!

การเดินทาง

ขึ้นรถไฟสาย Matsumoto Dentetsu Kamikochi จากสถานี Matsumoto ไปสถานี Shin-Shimashima 30 นาที จากนั้นนั่งรถบัสต่ออีก 60 นาที ราคาตั๋วเที่ยวเดียวจะอยู่ที่ 2,500 เยน ส่วนราคาตั๋วไปกลับจะลดเหลือ 4,650 เยน

แต่ความสนุกของทริปเดินป่าชมใบไม้เปลี่ยนสีที่คามิโคจิ-คาราซาวะไม่ได้มีแค่นี้!

เนื้อหาข้างต้นเป็นเพียงส่วนหนึ่งของรีวิวเท่านั้น อ่านรีวิวแบบจัดเต็มจากคุณ Carissa Loh พร้อมวิธีเดินทางจากคามิโคจิสู่คาราซาวะแบบละเอียดยิบ รวมถึงทุกอย่างที่คุณต้องรู้เพื่อจัดทริปเพื่อเดินทางไปดูใบไม้เปลี่ยนสีที่คามิโคจิและคาราซาวะแบบคุ้มค่าที่สุด! คลิกอ่านลุยเดี่ยวเดินป่าจากคามิโคจิสู่คาราซาวะในฤดูใบไม้ร่วงจากเว็บ JR TIMES by JR-EAST รีวิวโดยคุณ Carissa Loh หรือคลิกที่ภาพด้านล่างแล้วไปสนุกกันต่อได้เลย    UFABET เว็บตรง