รวมสุดยอดกระเช้าลอยฟ้าชมวิวสุดพิเศษทั่วประเทศญี่ปุ่น!

อีกไม่กี่เดือนญี่ปุ่นก็จะเข้าสู่ฤดูที่สวยงามอย่างฤดูใบไม้ร่วง ไม่ว่าจะมองไปทางไหนเราก็จะได้เห็นสีสันสวยงามของต้นไม้และใบไม้เปลี่ยนสีสวยงามอยู่ทุกที่ในญี่ปุ่น หากอยากลองเปลี่ยนบรรยากาศ วันนี้เราจะขอแนะนำกระเช้าลอยฟ้าที่สามารถมองเห็นใบไม้เปลี่ยนสีจากบนเนินเขาได้ทุกมุม สวยงามจนไม่อยากให้ทุกคนพลาดเลยค่ะ

กระเช้าลอยฟ้าภูเขาริวโอ (Ryuo Mountain Park) ที่มีผู้โดยสารจำนวนมากที่สุดในญี่ปุ่น

 

กระเช้าลอยฟ้าเหนือภูเขาคิตะชิกะโคะเก็น ในจังหวัดนะกะโนะ มีระยะความยาว 2292.79 เมตร เชื่อมต่อกับสถานีที่ตีนเขา สูง 980 เมตร และยังเชื่อมกับระเบียงโซระที่สูง 1,770 เมตร เป็นเส้นทางชมทิวทัศน์ที่สามารถเพลิดเพลินกับสีสันของฤดูใบไม้ร่วงจากท้องฟ้าในฤดูใบไม้ร่วงได้อย่างเต็มที่ กระเช้าลอยฟ้านี้มีห้องโดยสารกอนโดลาที่สามารถรองรับผู้โดยสารได้มากที่สุดในญี่ปุ่นที่จำนวนสูงสุดถึง 166 คน แต่ก็มีความคล่องตัวและสามารถเคลื่อนที่ได้ 7 เมตรต่อวินาที ที่ระเบียงโซระ จุดพักชมวิวจะมองเห็นทะเลเมฆ พระอาทิตย์ตก และใบไม้เปลี่ยนสี บอกได้เลยว่าฤดูใบไม้ร่วงเป็นช่วงที่เหมาะที่สุดที่จะขึ้นกระเช้าลอยฟ้าเพื่อให้ได้รับชมวิวที่สวยที่สุด

ที่ตั้ง: Ryuo Mountain Park
11700 Yagose, Yamanouchi Town, Shimotakai District, Nagano Prefecture
เบอร์ที่ติดต่อ: 0269-33-7131

กระเช้าลอยฟ้าทาเตยามะ (Tateyama Ropeway) ที่ไม่มีเสาแม้แต่ต้นเดียว

 

ในฤดูใบไม้ร่วงเหล่าใบไม้จะพร้อมใจกันเปลี่ยนสี เมื่อพูดถึงกระเช้าลอยฟ้า เราจะนึกถึงเสาค้ำเป็นแนวไปตามเส้นทางของกระเช้า แต่กระเช้าลอยฟ้าทาเทยามะ ที่ตั้งอยู่บนเส้นทางอัลไพน์ทาเตยามะคุโรเบะ ในสวนสาธารณะภูเขาชูบุ จังหวัดโทยามะ ได้ชื่อว่าเป็นกระเช้าลอยฟ้าแห่งเดียวในญี่ปุ่นที่ไม่มีเสาจากสถานีเริ่มต้นไปยังสถานีปลายทาง ความยาวเป็นทางลาดชันจากสถานีไดคังบุเนะ ซึ่งสูง 2,316 เมตร จากระดับน้ำทะเล ยาวไปถึงสถานีคุโระเบะไดระ ซึ่งสูงจากระดับน้ำทะเล 1,828 เมตร เป็นระยะทางไกล 1,720 เมตร เส้นทางนี้ได้ชื่อว่าเป็นจุดชมใบไม้เปลี่ยนสีที่มีชื่อเสียงที่สุดแห่งหนึ่งของญี่ปุ่น หากมีโอกาสก็อยากให้ได้ไปเห็นความงามเองกับตา

ที่ตั้ง: Tateyama Kurobe Alpine Route
11 National Forest of Beech Sakabe, Ashikuji Temple, Tateyama Town, Nakashingawa District, Toyama Prefecture
เบอร์ที่ติดต่อ: 076-432-2819

กระเช้าลอยฟ้าชินโฮทากะ (Shinhotaka Ropeway) กระเช้าสองชั้นแห่งเดียวในญี่ปุ่น

 

ถ้าพูดถึงกระเช้าลอยฟ้าเราจะนึกถึงกระเช้าแบบชั้นเดียว แต่กระเช้าลอยฟ้าชินโฮทากะ ในอุทยานแห่งชาติภูเขาชูบุ จังหวัดกิฟุ ให้บริการกระเช้าลอยฟ้าแบบสองชั้นเป็นแห่งเดียวในญี่ปุ่น จากสถานีออนเซ็นชินโฮทากะที่ระดับความสูง 1,117 เมตร ไปยังสถานีนิชิโฮทากะกุจิเป็นระยะทางยาว 2,156 เมตร เป็นเส้นทางชมวิวอันยอดเยี่ยมที่คุณสามารถเพลิดเพลินกับทิวทัศน์ของธรรมชาติทั้งสี่ฤดูกาล และแน่นอนว่าในฤดูใบไม้ร่วงก็จะได้เพลิดเพลินกับความงามของใบไม้เปลี่ยนสี นอกจากนี้รอบๆ ยังมีบ่อน้ำพุร้อนที่มีชื่อเสียงหลายแห่งในหมู่บ้านโอคุฮิดะออนเซ็น หากมีเวลาก็สามารถไปแช่ออนเซ็นเพื่อผ่อนคลายได้

ที่ตั้ง: Shinhotaka Ropeway
Shinhotaka Onsen, Okuhida Onsen, Takayama City, Gifu Prefecture
เบอร์ที่ติดต่อ: 0578-89-2252 (Shinhotaka ropeway)

กระเช้าลอยฟ้าโคมากะทาเกะ (Komagatake Ropeway) ระดับความสูงที่ความแตกต่างที่สุดของญี่ปุ่น

 

กระเช้าลอยฟ้าในเทือกเขาแอลป์ ตั้งอยู่ใจกลางภูเขาทางตอนใต้ของจังหวัดนากาโนะ เป็นกระเช้าลอยฟ้าที่มีชื่อเสียงที่สุดในญี่ปุ่นในเรื่องความแตกต่างของระดับความสูง โดยจากสถานีชิราบิไรระ ที่ระดับความสูง 1,662 เมตร ถึงสถานีเซนโจจิคิ ที่ระดับความสูง 2,612 เมตร ระดับความสูงที่เคลื่อนที่จากเส้นทางหนึ่งไปอีกที่หนึ่งต่างกันด้วยความสูงถึง 950 เมตร ระดับความสูงของสถานีปลายทางถือว่าสูงที่สุดในญี่ปุ่น เริ่มแรกกระเช้าลอยฟ้าโคมากะทาเกะนี้เป็นกระเช้าลอยฟ้าบุกเบิกกระเช้าแรกในญี่ปุ่นที่สร้างขึ้นอย่างไม่เป็นทางการที่ความสูง 3,000 เมตร จุได้ 61 คน โดยมีความยาวเส้นทแยงมุม 2,333.5 เมตร ที่แห่งนี้ถือเป็นไฮไลท์ของสีสันในฤดูใบไม้ร่วง โดยมีโค้งเซ็นโจจิกิ (Senjojiki Curl) ที่อยู่ด้านหน้าสถานีปลายทางเป็นจุดชมวิวที่มีชื่อเสียงมากในญี่ปุ่น

ที่ตั้ง: Central Alps Komagatake Ropeway
759-489 Ako, Komagane City, Nagano Prefecture
เบอร์ที่ติดต่อ: 0265-83-3107

กระเช้าลอยฟ้าคิโนะซากิ (Kinosaki Onsen Ropeway) พร้อมสถานีระหว่างทาง

 

 

กระเช้าลอยฟ้าที่คิโนะซากิออนเซ็น ในจังหวัดเฮียวโงะ เป็นที่นิยมในหมู่นักท่องเที่ยว เนื่องจากกระเช้าลอยฟ้าแห่งนี้มีจุดแวะพักระหว่างทาง เป็นประสบการณ์ที่ไม่เหมือนกับกระเช้าลอยฟ้าแห่งอื่น จุดเดินทางแรกเริ่มจากสถานีคิโนะซากิออนเซ็น สูงจากระดับน้ำทะเล 24 เมตร ไปยังสถานีออนเซ็นจิ อยู่สูงจากระดับน้ำทะเล 87 เมตร โดยจะเป็นจุกหยุดพักแวะชมวิวแล้วจึงเดินหน้าไปต่อที่สถานียามะกะมิ ซึ่งอยู่สูงจากระดับน้ำทะเล 231 เมตร ช่วงเวลาที่ดีที่สุดในการชมใบไม้เปลี่ยนสี คือปลายเดือนพฤศจิกายนถึงต้นเดือนธันวาคม นอกจากจะได้ชมดอกไม้เปลี่ยนสีแล้วยังได้เพลิดเพลินกับทิวทัศน์ของอุทยานแห่งชาติซังอินไคกังอีกด้วย

ที่ตั้ง: Kinosaki Onsen Ropeway
806-1 Yushima, Kinosaki Town, Toyooka City, Hyogo Prefecture
เบอร์ที่ติดต่อ: 0796-32-2530

กระเช้าลอยฟ้าอุนเซ็นจิ (Unzenji Ropeway) กระเช้าลอยฟ้าที่เร็วที่สุดแห่งหนึ่งในญี่ปุ่น

 

ในเกาะชิโกกุเองนั้นก็มีกระเช้าลอยฟ้าของจังหวัดคางาวะ ลักษณะเฉพาะของกระเช้าลอยฟ้าแห่งนี้คือ ตั้งอยู่ในพื้นที่ศักดิ์สิทธิ์ของเกาะชิโกกุทางตะวันตก เคลื่อนที่ด้วยความเร็ว 10 เมตรต่อวินาที เช่นเดียวกับกระเช้าลอยฟ้าฮัคไคซัง (Hakkaisan Ropeway) ในจังหวัดนีกาตะ และกระเช้าลอยฟ้าฟุระโนะ (Furano Ropeway) ในจังหวัดฮอกไกโด กระเช้าลอยฟ้าแห่งนี้มีความยาว 1,882 เมตร ระหว่างเสาที่สองและเสาที่สาม ด้วยความห่างระหว่างเสามีความยาวถึง 1,882 เมตร จึงทำให้ภูมิทัศน์โดยรอบของกระเช้าแห่งนี้เป็นที่โล่งสวยงาม และถือว่าเป็นระยะห่างระหว่างเสาที่ยาวที่สุดในญี่ปุ่น ช่วงเวลาที่ดีที่สุดในการชมใบไม้เปลี่ยนสีคือประมาณกลางเดือนพฤศจิกายน    สล็อตเว็บตรงไม่ผ่านเอเย่นต์

อีกไม่กี่เดือนญี่ปุ่นก็จะเข้าสู่ฤดูที่สวยงามอย่างฤดูใบไม้ร่วง ไม่ว่าจะมองไปทางไหนเราก็จะได้เห็นสีสันสวยงามของต้นไม้และใบไม้เปลี่ยนสีสวยงามอยู่ทุกที่ในญี่ปุ่น หากอยากลองเปลี่ยนบรรยากาศ วันนี้เราจะขอแนะนำกระเช้าลอยฟ้าที่สามารถมองเห็นใบไม้เปลี่ยนสีจากบนเนินเขาได้ทุกมุม สวยงามจนไม่อยากให้ทุกคนพลาดเลยค่ะ

กระเช้าลอยฟ้าภูเขาริวโอ (Ryuo Mountain Park) ที่มีผู้โดยสารจำนวนมากที่สุดในญี่ปุ่น

 

กระเช้าลอยฟ้าเหนือภูเขาคิตะชิกะโคะเก็น ในจังหวัดนะกะโนะ มีระยะความยาว 2292.79 เมตร เชื่อมต่อกับสถานีที่ตีนเขา สูง 980 เมตร และยังเชื่อมกับระเบียงโซระที่สูง 1,770 เมตร เป็นเส้นทางชมทิวทัศน์ที่สามารถเพลิดเพลินกับสีสันของฤดูใบไม้ร่วงจากท้องฟ้าในฤดูใบไม้ร่วงได้อย่างเต็มที่ กระเช้าลอยฟ้านี้มีห้องโดยสารกอนโดลาที่สามารถรองรับผู้โดยสารได้มากที่สุดในญี่ปุ่นที่จำนวนสูงสุดถึง 166 คน แต่ก็มีความคล่องตัวและสามารถเคลื่อนที่ได้ 7 เมตรต่อวินาที ที่ระเบียงโซระ จุดพักชมวิวจะมองเห็นทะเลเมฆ พระอาทิตย์ตก และใบไม้เปลี่ยนสี บอกได้เลยว่าฤดูใบไม้ร่วงเป็นช่วงที่เหมาะที่สุดที่จะขึ้นกระเช้าลอยฟ้าเพื่อให้ได้รับชมวิวที่สวยที่สุด

ที่ตั้ง: Ryuo Mountain Park
11700 Yagose, Yamanouchi Town, Shimotakai District, Nagano Prefecture
เบอร์ที่ติดต่อ: 0269-33-7131

กระเช้าลอยฟ้าทาเตยามะ (Tateyama Ropeway) ที่ไม่มีเสาแม้แต่ต้นเดียว

 

ในฤดูใบไม้ร่วงเหล่าใบไม้จะพร้อมใจกันเปลี่ยนสี เมื่อพูดถึงกระเช้าลอยฟ้า เราจะนึกถึงเสาค้ำเป็นแนวไปตามเส้นทางของกระเช้า แต่กระเช้าลอยฟ้าทาเทยามะ ที่ตั้งอยู่บนเส้นทางอัลไพน์ทาเตยามะคุโรเบะ ในสวนสาธารณะภูเขาชูบุ จังหวัดโทยามะ ได้ชื่อว่าเป็นกระเช้าลอยฟ้าแห่งเดียวในญี่ปุ่นที่ไม่มีเสาจากสถานีเริ่มต้นไปยังสถานีปลายทาง ความยาวเป็นทางลาดชันจากสถานีไดคังบุเนะ ซึ่งสูง 2,316 เมตร จากระดับน้ำทะเล ยาวไปถึงสถานีคุโระเบะไดระ ซึ่งสูงจากระดับน้ำทะเล 1,828 เมตร เป็นระยะทางไกล 1,720 เมตร เส้นทางนี้ได้ชื่อว่าเป็นจุดชมใบไม้เปลี่ยนสีที่มีชื่อเสียงที่สุดแห่งหนึ่งของญี่ปุ่น หากมีโอกาสก็อยากให้ได้ไปเห็นความงามเองกับตา

ที่ตั้ง: Tateyama Kurobe Alpine Route
11 National Forest of Beech Sakabe, Ashikuji Temple, Tateyama Town, Nakashingawa District, Toyama Prefecture
เบอร์ที่ติดต่อ: 076-432-2819

กระเช้าลอยฟ้าชินโฮทากะ (Shinhotaka Ropeway) กระเช้าสองชั้นแห่งเดียวในญี่ปุ่น

 

ถ้าพูดถึงกระเช้าลอยฟ้าเราจะนึกถึงกระเช้าแบบชั้นเดียว แต่กระเช้าลอยฟ้าชินโฮทากะ ในอุทยานแห่งชาติภูเขาชูบุ จังหวัดกิฟุ ให้บริการกระเช้าลอยฟ้าแบบสองชั้นเป็นแห่งเดียวในญี่ปุ่น จากสถานีออนเซ็นชินโฮทากะที่ระดับความสูง 1,117 เมตร ไปยังสถานีนิชิโฮทากะกุจิเป็นระยะทางยาว 2,156 เมตร เป็นเส้นทางชมวิวอันยอดเยี่ยมที่คุณสามารถเพลิดเพลินกับทิวทัศน์ของธรรมชาติทั้งสี่ฤดูกาล และแน่นอนว่าในฤดูใบไม้ร่วงก็จะได้เพลิดเพลินกับความงามของใบไม้เปลี่ยนสี นอกจากนี้รอบๆ ยังมีบ่อน้ำพุร้อนที่มีชื่อเสียงหลายแห่งในหมู่บ้านโอคุฮิดะออนเซ็น หากมีเวลาก็สามารถไปแช่ออนเซ็นเพื่อผ่อนคลายได้

ที่ตั้ง: Shinhotaka Ropeway
Shinhotaka Onsen, Okuhida Onsen, Takayama City, Gifu Prefecture
เบอร์ที่ติดต่อ: 0578-89-2252 (Shinhotaka ropeway)

กระเช้าลอยฟ้าโคมากะทาเกะ (Komagatake Ropeway) ระดับความสูงที่ความแตกต่างที่สุดของญี่ปุ่น

 

กระเช้าลอยฟ้าในเทือกเขาแอลป์ ตั้งอยู่ใจกลางภูเขาทางตอนใต้ของจังหวัดนากาโนะ เป็นกระเช้าลอยฟ้าที่มีชื่อเสียงที่สุดในญี่ปุ่นในเรื่องความแตกต่างของระดับความสูง โดยจากสถานีชิราบิไรระ ที่ระดับความสูง 1,662 เมตร ถึงสถานีเซนโจจิคิ ที่ระดับความสูง 2,612 เมตร ระดับความสูงที่เคลื่อนที่จากเส้นทางหนึ่งไปอีกที่หนึ่งต่างกันด้วยความสูงถึง 950 เมตร ระดับความสูงของสถานีปลายทางถือว่าสูงที่สุดในญี่ปุ่น เริ่มแรกกระเช้าลอยฟ้าโคมากะทาเกะนี้เป็นกระเช้าลอยฟ้าบุกเบิกกระเช้าแรกในญี่ปุ่นที่สร้างขึ้นอย่างไม่เป็นทางการที่ความสูง 3,000 เมตร จุได้ 61 คน โดยมีความยาวเส้นทแยงมุม 2,333.5 เมตร ที่แห่งนี้ถือเป็นไฮไลท์ของสีสันในฤดูใบไม้ร่วง โดยมีโค้งเซ็นโจจิกิ (Senjojiki Curl) ที่อยู่ด้านหน้าสถานีปลายทางเป็นจุดชมวิวที่มีชื่อเสียงมากในญี่ปุ่น

ที่ตั้ง: Central Alps Komagatake Ropeway
759-489 Ako, Komagane City, Nagano Prefecture
เบอร์ที่ติดต่อ: 0265-83-3107

กระเช้าลอยฟ้าคิโนะซากิ (Kinosaki Onsen Ropeway) พร้อมสถานีระหว่างทาง

 

 

กระเช้าลอยฟ้าที่คิโนะซากิออนเซ็น ในจังหวัดเฮียวโงะ เป็นที่นิยมในหมู่นักท่องเที่ยว เนื่องจากกระเช้าลอยฟ้าแห่งนี้มีจุดแวะพักระหว่างทาง เป็นประสบการณ์ที่ไม่เหมือนกับกระเช้าลอยฟ้าแห่งอื่น จุดเดินทางแรกเริ่มจากสถานีคิโนะซากิออนเซ็น สูงจากระดับน้ำทะเล 24 เมตร ไปยังสถานีออนเซ็นจิ อยู่สูงจากระดับน้ำทะเล 87 เมตร โดยจะเป็นจุกหยุดพักแวะชมวิวแล้วจึงเดินหน้าไปต่อที่สถานียามะกะมิ ซึ่งอยู่สูงจากระดับน้ำทะเล 231 เมตร ช่วงเวลาที่ดีที่สุดในการชมใบไม้เปลี่ยนสี คือปลายเดือนพฤศจิกายนถึงต้นเดือนธันวาคม นอกจากจะได้ชมดอกไม้เปลี่ยนสีแล้วยังได้เพลิดเพลินกับทิวทัศน์ของอุทยานแห่งชาติซังอินไคกังอีกด้วย

ที่ตั้ง: Kinosaki Onsen Ropeway
806-1 Yushima, Kinosaki Town, Toyooka City, Hyogo Prefecture
เบอร์ที่ติดต่อ: 0796-32-2530

กระเช้าลอยฟ้าอุนเซ็นจิ (Unzenji Ropeway) กระเช้าลอยฟ้าที่เร็วที่สุดแห่งหนึ่งในญี่ปุ่น

 

ในเกาะชิโกกุเองนั้นก็มีกระเช้าลอยฟ้าของจังหวัดคางาวะ ลักษณะเฉพาะของกระเช้าลอยฟ้าแห่งนี้คือ ตั้งอยู่ในพื้นที่ศักดิ์สิทธิ์ของเกาะชิโกกุทางตะวันตก เคลื่อนที่ด้วยความเร็ว 10 เมตรต่อวินาที เช่นเดียวกับกระเช้าลอยฟ้าฮัคไคซัง (Hakkaisan Ropeway) ในจังหวัดนีกาตะ และกระเช้าลอยฟ้าฟุระโนะ (Furano Ropeway) ในจังหวัดฮอกไกโด กระเช้าลอยฟ้าแห่งนี้มีความยาว 1,882 เมตร ระหว่างเสาที่สองและเสาที่สาม ด้วยความห่างระหว่างเสามีความยาวถึง 1,882 เมตร จึงทำให้ภูมิทัศน์โดยรอบของกระเช้าแห่งนี้เป็นที่โล่งสวยงาม และถือว่าเป็นระยะห่างระหว่างเสาที่ยาวที่สุดในญี่ปุ่น ช่วงเวลาที่ดีที่สุดในการชมใบไม้เปลี่ยนสีคือประมาณกลางเดือนพฤศจิกายน

ที่ตั้ง: Unzenji Ropeway
Marui, Onohara Town, Kanonji City, Kagawa Prefecture
เบอร์ที่ติดต่อ: 0875-54-4968

กระเช้าลอยฟ้าที่ญี่ปุ่นมีความปลอดภัยค่อนข้างสูง และมีหลายที่มากๆ ในญี่ปุ่น นอกจากนี้ยังสามารถใช้บริการได้ทุกฤดูกาล อยู่ที่เราว่าจะสะดวกไปเที่ยวช่วงไหน ยังไงหากมีโอกาสได้ไปก็อยากให้เคารพกฎของสถานที่ท่องเที่ยวนั้นๆ จะได้เที่ยวอย่างปลอดภัยและสนุกค่ะ

สรุปเนื้อหาจาก: tabizine  รวมสุดยอดกระเช้าลอยฟ้า
ผู้เขียน: Nyanmaru  รวมสุดยอดกระเช้าลอยฟ้า

ออกสำรวจธรรมชาติกลางฤดูใบไม้เปลี่ยนสีที่คามิโคจิ-คาราซาวะ

สำหรับเพื่อนๆ ที่กำลังมองหาประสบการณ์ใหม่ๆ ในการเดินทางด้วยรถไฟในญี่ปุ่น JR Times by JR East ก็เป็นเว็บหนึ่งที่เหมาะกับการทำการบ้านเพื่อเตรียมทริปลุยญี่ปุ่นค่ะ โดย JR Times by JR East เป็นเว็บไซต์ที่รวมทุกบทความเกี่ยวกับรถไฟที่นักท่องเที่ยวต้องรู้ ซึ่งรวมถึงบทความรีวิวสถานที่ท่องเที่ยวเด็ดๆ ห้ามพลาดที่สามารถเดินทางไปได้โดยรถไฟ JR East อีกมากมาย!

ในบทความนี้ เราจะพาเพื่อนๆ ตามรอยการเดินป่าจากคามิโคจิสู่คาราซาวะในฤดูใบไม้ร่วงของคุณ Carissa Loh นักเขียนชาวสิงคโปร์ผู้หลงรักประเทศญี่ปุ่นเอามากๆ เธอคนนี้เดินทางไปญี่ปุ่นมาแล้ว 43 ครั้ง และไปคามิโคจิมาแล้ว 7 ครั้งตั้งแต่ปี 2011! ดังนั้นจึงมั่นใจได้เลยทั้งเรื่องข้อมูลแม่นเป๊ะและความเชี่ยวชาญ ถ้าพร้อมแล้วก็สะพายกระเป๋าแล้วตามมาเลย!

ไปเดินป่าสำรวจธรรมชาติที่คามิโคจิ-คาราซาวะ

(Image Credit: Carissa Loh)

คามิโคจิตั้งอยู่ในจังหวัดนางาโนะ ชื่อคามิโคจินั้นแปลตรงตัวได้ว่า “สถานที่ที่เทพเจ้าลงมาประทับ” และมาจากการเข้ามาของเทพเจ้าชินโตนาม “โฮทากะ โนะ มิโคโตะ” ผู้ซึ่งเชื่อว่าลงมาประทับ ณ ภูเขาโอคุโฮตาคาดาเกะ ทิวทัศน์ที่นี่สวยงามราวกับสรวงสวรรค์อย่างไม่ต้องสงสัยเลยค่ะ! โดยอุณหภูมิมักจะไม่สูงไปกว่า 20ºC และจะเย็นลงเรื่อยๆ เมื่อปีนเขาสูงขึ้นไป ในโลกตะวันตกนั้นคามิโคจิเป็นที่รู้จักในชื่อ ‘เจแปนแอลป์’ หลังจากที่วอลเตอร์ เวสตัน มิชชันนารีชาวอังกฤษได้มาแนะนำและเผยแพร่การเดินป่าสไตล์ตะวันตกให้กับคนญี่ปุ่น

ฤดูใบไม้ร่วงที่คามิโคจิ (Image Credit: JR East / Carissa Loh)

เทือกเขาแอลป์ทางตอนเหนือของญี่ปุ่นที่ทอดตัวอยู่ท่ามกลางยอดเขาสูงตระหง่านและหุบเขาลึกนั้นเปรียบเสมือนสวรรค์ของนักปีนเขา โดยมีคามิโคจิเป็นประตูที่นำไปสู่การเดินป่าท่ามกลางภูเขาเหล่านี้ คามิโคจิอยู่ห่างจากเมืองมัตสึโมโตะออกไปเพียง 90 นาที ที่นี่จึงเป็นทริปแบบไปเช้าเย็นกลับที่สะดวกสบายสำหรับทุกคน และเป็นทริปแบบค้างคืนหลายวันสำหรับนักเดินเขาได้ไม่ยาก

ทริปคามิโคจิครั้งแรกของฉันในปี 2011 เป็นการท่องเที่ยวตามเส้นทางสำหรับมือใหม่เช่นเดียวกับคนส่วนใหญ่ นั่นคือการเดินจากบ่อน้ำไทโช ไปยังคัปปะบาชิ โดยใช้เวลา 1 ชั่วโมง หลังจากนั้นฉันก็เดินในเส้นทาง 3 ชั่วโมงที่เริ่มจากบ่อน้ำไทโช → คัปปะบาชิ → บ่อน้ำเมียวจิน → คัปปะบาชิอยู่หลายปี แต่หลังจากที่ฉันได้ปีนเขาเป็นครั้งแรก ฉันก็ตัดสินใจว่าฉันพร้อมแล้วที่จะลองเดินเขา 6 ชั่วโมงไปยังคาราซาวะ (Karasawa Cirque) ในปี 2018 ซึ่งเป็นจุดที่ไกลที่สุดเท่าที่ฉันเคยไปมาจนถึงตอนนี้ค่ะ แต่ฉันก็หวังว่าจะได้ลองปีนเขายาริ ภูเขายอดแหลมอันโดดเด่นซึ่งสูงเป็นอันดับ 5 ของญี่ปุ่นในอนาคตอันใกล้นี้

วิวรอบๆ Karasawa Cirque (Image Credit: JR East / Carissa Loh)

ถึงแม้ว่าคุณจะเดินทางไปไม่ถึงคาราซาวะ แต่คามิโคจิก็ยังเป็นสถานที่ที่น่าไปเยือนและมีอะไรที่รอให้ไปสัมผัสอีกมากมาย ใครจะไปรู้ว่าสักวันหนึ่งข้างหน้าหลังจากที่ไปเที่ยวคามิโคจิมาแล้ว 2-3 ครั้ง คุณอาจจะเดินทางท่องเที่ยวลึกเข้าไปในป่าเขาเพื่อชมวิวธรรมชาติอันน่าประทับใจเหมือนกับฉันก็ได้นะคะ!

การเดินทาง

ขึ้นรถไฟสาย Matsumoto Dentetsu Kamikochi จากสถานี Matsumoto ไปสถานี Shin-Shimashima 30 นาที จากนั้นนั่งรถบัสต่ออีก 60 นาที ราคาตั๋วเที่ยวเดียวจะอยู่ที่ 2,500 เยน ส่วนราคาตั๋วไปกลับจะลดเหลือ 4,650 เยน

แต่ความสนุกของทริปเดินป่าชมใบไม้เปลี่ยนสีที่คามิโคจิ-คาราซาวะไม่ได้มีแค่นี้!

เนื้อหาข้างต้นเป็นเพียงส่วนหนึ่งของรีวิวเท่านั้น อ่านรีวิวแบบจัดเต็มจากคุณ Carissa Loh พร้อมวิธีเดินทางจากคามิโคจิสู่คาราซาวะแบบละเอียดยิบ รวมถึงทุกอย่างที่คุณต้องรู้เพื่อจัดทริปเพื่อเดินทางไปดูใบไม้เปลี่ยนสีที่คามิโคจิและคาราซาวะแบบคุ้มค่าที่สุด! คลิกอ่านลุยเดี่ยวเดินป่าจากคามิโคจิสู่คาราซาวะในฤดูใบไม้ร่วงจากเว็บ JR TIMES by JR-EAST รีวิวโดยคุณ Carissa Loh หรือคลิกที่ภาพด้านล่างแล้วไปสนุกกันต่อได้เลย    UFABET เว็บตรง

 

ชวนมาดูของฝาก-ของกินเล่นธีมซากุระสุดน่ารักใน Tokyo Solamachi!

นับเป็นเรื่องดีสำหรับใครที่ชอบขนมหวานกับดอกซากุระสีชมพูน่ารักสดใสสไตล์ญี่ปุ่น เพราะใน Tokyo Solamachi (เริ่มตั้งแต่ 1 มีนาคม 2021 ถึง 11 เมษายน 2021) ได้มีการจำหน่ายขนมและเมนูในธีมซากุระตามฤดูกาล เช่น แพนเค้กและไอศกรีมสีสันสดใส เพื่อให้เข้ากับช่วงเวลาอันสดใสของฤดูใบไม้ผลิ พร้อมของฝากธีมซากุระสุดน่ารักอย่างคุกกี้ซากุระ ฟีน็องซีเย (ขนมฝรั่งเศสทรงคล้ายทองแท่ง) และอื่นๆ อีกมากมายที่เราจะนำมาเสนอกัน!

ไอศกรีมชมซากุระ

ไอศกรีมซอฟต์เสิร์ฟเฉพาะของ Solamachi อัดแน่นด้วย Bavarois ซากุระ เยลลี่ ไอศกรีมมัชฉะ ช็อกโกแลตซากุระ ดังโงะซากุระ และถั่วแดง ให้ความรู้สึกถึงสีสันของฤดูใบไม้ผลิราวกับกำลังชมซากุระไปด้วย

ไอศกรีมชมซากุระ : ราคา 800 เยน
Gion Tsujiri [衹園辻利] (East Yard ชั้น 6)
ระยะเวลาจำหน่าย: 1 มีนาคม 2021 ถึง 30 เมษายน 2021

อิมพีเรียลวิลล่าซากุระชีสเค้ก

เค้กที่ผสมแป้งกับชีสหลากหลายชนิด ยัดไส้ถั่วกวนซากุระ โดยมีใบซากุระหมักเกลือที่สับละเอียดผสมกับถั่วกวนซากุระที่ช่วยเพิ่มความเข้มข้นของชีส พร้อมด้วยรสเค็มที่เป็นเอกลักษณ์ของดอกซากุระอีกด้วย

อิมพีเรียลวิลล่าซากุระชีสเค้ก (มีจำนวนจำกัด) : 1 ชิ้น 500 เยน / 1 ก้อน 1,450 เยน
Cheese garden [チーズガーデン] (Toweryard ชั้น 2)
ระยะเวลาจำหน่าย: ตั้งแต่วันที่ 16 มีนาคม 2021 เป็นต้นไป

แพนเค้กฤดูใบไม้ผลิรสซากุระโมจิ

ไอศกรีมกลิ่นซากุระนุ่มฟูที่ตกแต่งด้วยใบซากุระ ราดด้วยท็อปปิ้งแพนเค้กที่เป็นที่นิยมของ Coconoha พร้อมถั่วแดง และโมจิสีขาว

แพนเค้กฤดูใบไม้ผลิรสซากุระโมจิ : ราคา 935 เยน
Coconoha [ココノハ] (Westyard ชั้น 4)
ระยะเวลาจำหน่าย: 1 มีนาคม 2021 ถึง 11 เมษายน 2021

ขนมมักเวิร์ทซากุระ

ทำโดยร้านเบเกอรี่ที่ก่อตั้งขึ้นตั้งแต่ปี 1969 เป็นขนมปังที่มีแป้งผสมมักเวิร์ทและไส้ถั่วกวนซากุระ ซึ่งเหมาะที่จะนำมารับประทานเพื่อเพลิดเพลินไปกับการชมดอกซากุระเป็นอย่างดี

ขนมมักเวิร์ทซากุระ (มีจำนวนจำกัด) : ราคา 172 เยน
Pompadour [ポンパドウル] (Westyard ชั้น 2)
ระยะเวลาจำหน่าย: 1 มีนาคม 2021 ถึง 31 มีนาคม 2021

โตเกียวบิโยริซากุระ

ข้าวเกรียบ (เซมเบ้) ที่ใส่ลงในกล่องรวมกันหกชนิดตามฤดูกาล เช่น ‘กุ้งขาวโอคาคิ’ พร้อมดอกซากุระสามชนิดที่เหมาะสำหรับฤดูใบไม้ผลิ และเซมเบ้ก็เป็นข้าวเกรียบที่ทุกคนชื่นชอบในการนำมารับประทานแบบเพลินๆ เป็นขนมขบเคี้ยวอีกด้วย

โตเกียวบิโยริซากุระ : ราคา 1,680 เยน (22 ถุง)
Fujimido [富士見堂] (Toweryard ชั้น 2)
ระยะเวลาจำหน่าย: 11 กุมภาพันธ์ 2021 – จนกว่าสินค้าจะหมด

ฟีน็องซีเยแซนด์บ็อกส์ซากุระและมัทฉะ

สินค้าพิเศษเฉพาะฤดูใบไม้ผลิที่มีสองอย่างคือ ‘ฟีน็องซีเยแซนด์บ็อกส์ซากุระ’ สอดไส้ไวท์ช็อกโกแลตพร้อมท็อปปิ้งเป็นวอลนัทคั่วกับเกล็ดสตรอเบอร์รี่ และ ‘ฟีน็องซีเยแซนด์บ็อกส์มัทฉะ’ สอดไส้ช็อกโกแลตพร้อมท็อปปิ้งเป็นวอลนัทคั่ว และถั่วพิสตาชิโอ

ฟีน็องซีเยแซนด์บ็อกส์ซากุระ และมัทฉะ (มีจำนวนจำกัด) : ราคา 1,500 เยน (4 ชิ้น)
Afternoon Tea Room [アフタヌーンティー・ティールーム] (East Yard ชั้น 3)
ระยะเวลาจำหน่าย: 25 กุมภาพันธ์ 2021 ถึง 21 เมษายน 2021

คุกกี้ซากุระ

 

ขนมคุกกี้รูปใบไม้และดอกซากุระที่มีส่วนผสมของผงดอกซากุระและผงใบซากุระจริงๆ มาพร้อมกล่องแพ็กเกจจิ้งสุดน่ารักสีชมพูลายซากุระที่เหมาะจะนำไปเป็นของฝากเล็กๆ น้อยๆ ในช่วงฤดูใบไม้ผลิเป็นอย่างมาก

คุกกี้ซากุระ: ราคา 594 เยน
FluriaRuysdael [フルーリア ロイスダール] (Toweryard ชั้น 2)
ระยะเวลาจำหน่าย: 1 มีนาคม 2021 – จนกว่าสินค้าจะหมด

ซากุระโมจิ

ซากุระโมจิ ขนมญี่ปุ่นดั้งเดิมทำจากแป้งสีซากุระที่อบอย่างพิถีพิถันโดยช่างทำขนมชาวญี่ปุ่นของ Asakusa Umezono ร้านขนมเก่าแก่ในอาซากุสะที่เปิดมาตั้งแต่ยุคอันไซ (ช่วงปี ค.ศ. 1855 – 1860) จัดเป็นขนมที่คนรักขนมญี่ปุ่นต่างชื่นชอบจนเรียกว่าไม่อาจต้านทานได้ อีกทั้งยังมีรสชาติเฉพาะตัวของฤดูใบไม้ผลิที่ยอดเยี่ยมอีกด้วย

ซากุระโมจิ (มีจำนวนจำกัด): ราคา 216 เยน (1 ชิ้น)
Umezono [浅草梅園] (East Yard ชั้น 3)
ระยะเวลาจำหน่าย: 1 มีนาคม 2021 ถึง 4 เมษายน 2021

ถั่วดอกไม้ขาว ดอกซากุระ มองบลังค์ พร้อมเยลลี่ดอกซากุระ และเจราโต้ฟุคิโนโตะ

เมนูสุดเลิศด้วยครีมที่มีส่วนผสมระหว่างถั่วดอกไม้ขาว กับดอกซากุระหมักเข้าด้วยกัน พร้อมทั้งตกแต่งด้วยเจราโต้ฟุคิโนโตะที่จะทำให้รู้สึกได้ถึงฤดูใบไม้ผลิ และเมื่อคุณได้สัมผัสถึงรสชาติความขมของฟุคิโนโตะ ถั่วขาว และรสเค็มของดอกซากุระพร้อมกันแล้วละก็คุณจะสัมผัสได้ถึงฤดูใบไม้ผลิเลยละ!  สล็อตเว็บตรงไม่ผ่านเอเย่นต์

ถั่วดอกไม้ขาว ดอกซากุระ มองบลังค์ พร้อมเยลลี่ดอกซากุระ และเจราโต้ฟุคิโนโตะ : ราคา 950 เยน
Issare Shu Cielo (East Yard ชั้น 30)
ระยะเวลาจำหน่าย: 27 มีนาคม 2021 – 11 เมษายน 2021

พาไปนอนในห้องชงชาที่ HOTEL 1899 TOKYO ที่พักใหม่สำหรับคนรักชาญี่ปุ่น

พาไปนอนในห้องชงชาที่ HOTEL 1899 TOKYO

พาไปนอนในห้องชงชาที่ HOTEL 1899 TOKYO
พาไปนอนในห้องชงชาที่ HOTEL 1899 TOKYO

เพื่อน ๆ คนไหนชื่นชอบชาญี่ปุ่นแล้วรู้สึกว่าแค่นั่งจิบชาในคาเฟ่สไตล์ญี่ปุ่นมันยังไม่ล้ำลึกพอ เราขอนำเสนอ HOTEL 1899 TOKYO ที่พักใจกลางโตเกียวย่านชิมบาชิ ที่เราจะได้สัมผัสประสบการณ์การชงชาและดื่มด่ำไปกับรสและกลิ่นของชาญี่ปุ่นชั้นยอดในสไตล์ของเราเอง และยังได้เข้าพักในห้องพักที่ได้แรงบันดาลใจมาจากพิธีชงชาดั้งเดิม ตกแต่งโดยดีไซเนอร์ฝีมือเยี่ยมอีกด้วย วันนี้เราจะพาไปส่องทุกซอกทุกมุมของโรงแรมนี้ ตั้งแต่เดินเข้าประตูยันเช็คอินกันเลยทีเดียว

ชั้น 1 คาเฟ่ CHAYA 1899 TOKYO

 

โรงแรม HOTEL 1899 TOKYO ตั้งอยู่ในย่านชิมบาชิซึ่งถือเป็นย่านธุรกิจสำคัญของกรุงโตเกียว เป็นอาคาร 9 ชั้น มีห้องพักทั้งหมด 63 ห้อง เมื่อเราก้าวเข้าไปในตัวตึก ชั้น 1 จะเป็นคาเฟ่ชาญี่ปุ่นชื่อ CHAYA 1899 TOKYO มีเมนูชาและขนมหวานจากชามากมายทั้งสไตล์ดั้งเดิมและโมเดิร์น ไม่ว่าจะเป็นมัจฉะ โฮจิฉะ ชาญี่ปุ่นผสมชาฝรั่ง ชาญี่ปุ่นใส่นม พาเฟร์ชาเขียว และขนมปังใบชา ที่นั่งในร้านจัดวางคล้าย ๆ การนั่งที่ระเบียงบ้านญี่ปุ่นแล้วเหม่อมองสวนพลางจิบชาไปด้วย ให้ความรู้สึกผ่อนคลายแม้อยู่ในย่านคนพลุกพล่าน ใครที่ไม่ได้เข้าพักที่โรงแรมก็สามารถเข้ามาใช้บริการได้ด้วยนะ

ชั้น 2 ล็อบบี้ ห้องชงชา

 

ขึ้นมาชั้น 2 จะเป็นล็อบบี้ของโรงแรม เราจะมาเช็คอินกันตรงนี้ แว๊บแรกที่ก้าวเข้ามาที่ชั้น 2 นี้ เราจะได้กลิ่นชาหอมหวนโชยมา การตกแต่งโทนสีไม้ธรรมชาติ เหมือนได้เข้าไปในร้านชาดี ๆ สักแห่ง เคาน์เตอร์ที่เราใช้ตอนเช็คอินจะถูกใช้เป็นเคาน์เตอร์ชงชาสำหรับแขกที่เข้าพักโดยเฉพาะ พนักงานจะมาชงชากันแบบสด ๆ ให้เรากันตรงหน้าเหมือนกับได้เข้าร่วมพิธีชงชาแบบดั้งเดิมเลย สำหรับชาวต่างชาติแบบเรา ๆ การจะเข้าร่วมพิธีชงชาแบบดั้งเดิมนั้นค่อนข้างใช้เวลาและลำบากอยู่สักหน่อย เพราะเราต้องนั่งท่าเทพธิดาแบบคนญี่ปุ่นตลอดพิธีซึ่งกินเวลานานมาก ตอนจบลุกขึ้นมาได้เหน็บกินกันทุกคน แต่ถ้าเรามาที่ HOTEL 1899 TOKYO นี้ เราสามารถสัมผัสประสบการณ์พิธีชงชาแบบญี่ปุ่นได้โดยนั่งบนเก้าอี้ยืดขาสบาย ๆ

กฎการดื่มชาที่ไม่มีกฎ

 

กฎการดื่มชาของที่นี่คือ “ไม่มีกฎ” แตกต่างกับการเข้าพิธีชงชาแบบดั้งเดิมที่มีข้อกำหนดว่าต้องใช้เครื่องมือเครื่องไม้แบบนี้ ต้องใช้ถ้วยที่ทำจากที่นี่ น้ำต้องร้อนกี่องศา ชาถ้วยแรกต้องเป็นแบบนี้ ก่อนดื่มต้องหมุนถ้วยกี่ครั้ง กระดกดื่มทีละเท่าไหร่ ที่ HOTEL 1899 TOKYO นี้เราจะดื่มอย่างไรก็ได้ จะเอาชาญี่ปุ่นผสมกับชาฝรั่งก็ได้ หรือจะเอาไปผสมกับโซดาก็ได้ แล้วแต่สไตล์เราเลย

ห้องพักที่ได้แรงบันดาลใจจากการชงชา

 

 

เข้ามาถึงห้องพักเปิดเข้ามาจะเห็นกระจกบานใหญ่มองออกไปเป็นวิวย่านธุรกิจของโตเกียวจากมุมสูง แต่ไม่ว่าข้างนอกจากดูวุ่นวายแค่ไหน ในห้องพักของเราให้ความรู้สึกเงียบสงบ ผ่อนคลาย โทนสีของห้องออกเป็นสีเขียวใบชา มีหน้าต่างทรงกลมบานเล็กเหมือนกับในห้องชงชาดั้งเดิม โคมไฟเป็นรูปทรงฉะเซ็น (แปรงชงชา) น่ารัก มีเซ็ตกาน้ำ แก้วชา ถุงชา และขนมทานคู่กันไว้เสร็จสรรพ ส่วนอุปกรณ์อาบน้ำอย่างสบู่ ยาสระผม ก็ยังมีส่วนผสมของใบชาอยู่ด้วย ถูกใจคนรักชาแน่นอน

เช็คเอ้าท์พร้อมของฝากกลับบ้าน

 

เช้าวันรุ่งขึ้น เราสามารถลงไปทานอาหารเช้าที่คาเฟ่ชั้น 1 ได้ โดยเขาจะมีอาหารจานเล็ก ๆ หลากชนิดให้เราเลือกหยิบ เสิร์ฟพร้อมกับชาอุ่น ๆ เมนูเด็ดที่อยากให้ลองกันคือไส้กรอกที่ผสมใบชาญี่ปุ่น และขนมปังโฮจิฉะหอมอร่อย ก่อนกลับบ้านเพื่อน ๆ สามารถเลือกซื้อใบชาที่ชื่นชอบ หรืออุปกรณ์ชงชาต่าง ๆ จากที่ร้านได้เลย

โรงแรม HOTEL 1899 TOKYO แห่งนี้เป็นที่พักที่ให้มากกว่าที่พัก เราสามารถสัมผัสประสบการณ์ชงชาและดื่มด่ำชาแบบญี่ปุ่นดั้งเดิมในลักษณะร่วมสมัย แถมยังได้พักผ่อนในบรรยากาศที่รายล้อมไปด้วยจิตวิญญาณของชาญี่ปุ่นด้วย ใครมีแผนจะไปญี่ปุ่น อย่าลืมตามไปพักกันได้นะคะ  สล็อตเว็บตรง

โรงแรม HOTEL 1899 TOKYO 
พิกัด : 6-4-1,SHIMBASHI,MINATO-KU,TOKYO
การเดินทาง : สถานี Shimbashi ทางออก Karasumori เดินต่อประมาณ 10 นาที
เว็บไซต์ : 1899.jp/hotels/tokyo/en/